บริษัทชั้นนำระดับโลกส่วนใหญ่สร้างระบบสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลสูญหาย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท) เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเป้าหมายที่จะดำเนินงานให้เป็นองค์กรระดับเวิลด์คลาสด้วยแล้ว การสำรองข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงจึงยิ่งสำคัญขึ้นอีกทบทวี
การจัดตั้งศูนย์สำรองข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ (
ลดความเสี่ยงสู่รากฐานที่มั่นคง
ความมั่นคงของระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เมื่อใดก็ตามที่ระบบไม่สามารถใช้งานได้ นั่นหมายถึงความสูญเสียที่จะบังเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง ซึ่งในบางครั้งอาจมีมูลค่ามหาศาลจนไม่อาจประมาณค่าได้
การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่ สินค้าหลักเป็นสิ่งจำเป็นดังนั้นการที่ระบบไอทีจะต้องมีความมั่นคงจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดซึ่งความเสียหาย หากเกิดขึ้นหมายถึงภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย ดังนั้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจึงเล็งเห็นความสำคัญของศูนย์สำรองข้อมูล
จากข้อมูลที่ได้ศึกษามาแล้วพบว่า 65 เปอร์เซนต์ของปัญหาเกิดจากคนอีก 25 เปอร์เซนต์เกิดจากเทคโนโลยี และ 5 เปอร์เซ็นต์เกิดจากภัยธรรมชาติ ส่วนที่เหลืออีก 2 เปอร์เซนต์มาจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งจากข้อมูลนี้เราสรุปได้ว่ากว่า 90 เปอร์เซนต์สามารถป้องกันได้
ดังนั้นรูปแบบการสำรองข้อมูลแบบเดิมของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยที่เคยใช้เป็นเทปแบ็กอัพ ก็ได้รับการพัฒนาก้าวข้ามขึ้นอีกชั้นหนึ่งภายใต้เป้าประสงค์ที่วางไว้
โดยวัตถุประสงค์หลักของซีดีอาร์ คือการลดผลกระทบ หรือความเสียหายทางธุรกิจในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์หลักไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ทั้งในส่วนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่สำนักงานใหญ่ เมื่อเกิดปัญหาซีดีอาร์จะต้องทำงานแทนได้ และเกิดเหตุใดๆ ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในสำนักงานใหญ่ได้ ซีดีอาร์จะต้องเป็นศูนย์สำรองให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ
ระบบที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเลือกใช้เรียกว่า "ฮอตแบ็คอัพ" ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยสามารถรับรองการเสียหายของข้อมูลหากเกิดเหตุขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 10 นาที สำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญมาก ซึ่งระบบจะทำการส่งไปสำรองทุกๆ ครั้งที่มีข้อมูลเป็นประเภทนี้ และไม่เกิน 0 นาทีสำหรับข้อมูลที่สำคัญรองลงมาโดจะทำการสำรองข้อมูลทุกๆ 30 นาที
การเฟ้นหาสถานที่ เมื่อมาถึงขั้นตอนการเลือกสถานที่ ซึ่งต้องพิจารณาจากความพร้อมหลายๆ ด้าน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มีสถานที่ 3 แห่งในการพิจารณาคัดสรร ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซ ที่จังหวัดชลบุรี คลัง น้ำมันพระโขนง และสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ที่วังน้อย
สถานที่ที่ชลบุรี ติดขัดเรื่องการเดินทางซึ่งต้องใช้เวลามาก และระบบเครือข่ายที่เชื่อมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการ ก๊าชกับสำนักงานใหญ่ยังไม่แข็งแกร่งพอในขณะนั้น สำหรับที่พระโขนงเป็นเขตที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีคลังน้ำมันอยู่ที่นั้น ในขณะที่วังน้อยมีความพร้อมสูงสุด จึงได้ตัดสินใจเลือกวังน้อยเป็นสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์
ที่วังน้อยมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเดินทาง มีเส้นทางคมนาคมหลายเส้นทางที่สามารถเดินทางจากสำนักงานใหญ่ไปวังน้อยได้อย่างสะดวก ใช้เวลาน้อยเนื่องจากอยู่ห่างกรุงเทพเพียง 70 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่อำนวย และมีพื้นที่ที่สามารถสร้างอาคาร หรือขยายพื้นที่ใช้สอยเพิ่มได้ สำหรับระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่ก็สามารถรองรับความต้องการได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีห้องพัก 78 ห้องทุกห้องมีระบบเครือข่ายภายใน (Lan) ห้องสัมมนา และห้องอบรมมีคอมพิวเตอร์ 50-60 เครื่องที่สามารถใช้งานได้ทันที
รวมถึงระบบการสื่อสารที่วังน้อยมีส่วนงานปฏิบัติการระบบท่อก็าซซึ่งสามารถเชื่อมโยงสายเคเบิลเพื่อใช้งานร่วมกันอีกทางหนึ่ง
ซีดีอาร์ควรเป็นศูนย์ฟื้นฟูธุรกิจได้ด้วย ซึ่งที่วังน้อย มีโรงแรมที่พัก มีห้องสัมมนา ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถอพยพไปใช้ได้ทันที่ในห้องฝึกอบรม โดยเราได้จัดการตำแหน่งที่นั้งไว้อย่างชัดเจนหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะเข้านั่งประจำที่ตัวเองตามที่วางผังไว้
ขณะเดียวกันภายในอาคารยังเป็นที่ตั้งของระบบเซิร์ฟเวอร์สะดวกต่อการบริหารจัดการ จากความพร้อมตามที่กล่าวมานี้วังน้อยจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์ที่สุด
การจัดตั้งระบบซีดีอาร์ การวางระบบของซีดีอาร์ ปตท เลือกเฉพาะส่วนสำคัญที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ หากได้รับผลกระทบจะก่อให้เกิดผลกระทบจะก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ บัญชี- การเงิน ทรัพยากรบุคคล และระบบเมล์ โดยทั้งสามส่วนก็ได้ทำการคัดเลือกเฉพาะเจ้าหน้าที่หลักๆ ที่เป็นคีย์ยูสเซอร์ ซึ่งรวมทั้งสิ้นประมาณ 70 คน
มาถึงช่วงตัดสินใจในเรื่องเทคโนโลยี มีขั้นการคัดเลือกด้วยวิธีการประมูล ในครั้งนั้นมีเวนเดอร์อยู่ 3 ค่ายที่ เข้าร่วมเสนอราคา ผลปรากฏว่า ซัยชนะการประมูลเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าซันมีประสบการณ์ด้านนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ และเสนองานตรงตามข้อกำหนด
ระบบเดิมที่สำนักงานใหญ่ใช้เทคโนโลยีของซัน และใช้ซอฟแวร์ฐานข้อมูลของออราเคิล ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร เราสร้างซีดีอาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง เราจึงเลือกเทคโนโลยีที่เราสามารถมั่นใจได้
ซีดีอาร์ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ยี่ห้อซัน 3 เครื่อง เซิร์ฟเวอร์คอมแพคอีก 6 เครื่อง มีหน่วยความจำหลักขนาด 4 กิกะไบต์ และ Disk Space หรือเนื้อที่สำหรับการเก็บข้อมูลขนาด 473 กิกะไบต์ ระบบสื่อสารหลักใช้ไฟเบอร์ออฟติกความเร็ว 2 เมกกะบิตต่อวินาที และสายสำรองเป็นไฟเบอร์ออฟติกเช่นกันความเร็ว 384 กิโลบิตต่อวินาที
โดยศูนย์แห่งนี้จัดตั้งภายใต้ระบบการเช่าใช้เทคโนโลยี โดยมีการทำสัญญา 5 ปีรวมทั้งค่าบำรุงรักษาและ ซัพพอร์ต ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ไม่มากจนเกินไป เป็นเพราะซีดีอาร์ไม่ต้องลงทุน ด้านอาคาร สถานที่ สาธารณูปโภค แต่อย่างใด
เหตุที่เราตัดสินใจเช่าใช้เครื่องเนื่องจากว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ในอีก 3 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีในวันนี้อาจจะล้าสมัยไปมากแล้ว การที่เราเช่าทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้ง่ายกว่า ในขณะที่ ค่าเช่ารวมตลอดระยะ 5 ปี คำนวณออกมาแล้วไม่แตกต่างจากการซื้อ แต่หากเราซื้อจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอีกมากยิ่งเก่ายิ่งแพง หรือหากต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีก็ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด
ระบบสมบูรณ์บรรลุเป้าหมายหลังจากติดตั้งระบบ CDR หลังจากใช้เวลา 4 เดือน ในการจัดทำโครงการ และได้ทำการทดสอบระบบโดยการซ้อมใหญ่ สร้างสถานการณ์ขึ้น แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนของการทำงานจริงทั้งขบวนงานเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนนั้น
ผลการซ้อมเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซีดีอาร์สามารถทำงานได้ 95 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าสมบูรณ์ทุกส่วน ยกเว้นระบบการพิมพ์ที่พบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ที่วังน้อยไม่รู้จักกับเครื่องพิมพ์ที่สำนักงานใหญ่ แต่ทางทีมงานก็ได้แก้ปัญหาเป็นที่เรียบร้อย
ในระบบของการซ้อมในครั้งนั้น ผลสำเร็จที่ได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าซีดีอาร์บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้ โดยสามารถรับรองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเราก็มั่นใจทั้งความพร้อมของระบบและความพร้อมของบุคลากรที่ให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกันเป็นอย่างดี
ในระบบของการซ้อมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ การสร้างสถานการณ์ให้เซิร์ฟเวอร์ หรือเครื่องแม่ข่ายที่ สำนักงานใหญ่ไม่สามารถใช้การได้ (โดยการปิด) ทั้งหมด วิธีแก้ปัญหา เจ้าหน้าที่จะต้องใช้ขบวนการด้านรีโมตจากพีซีที่สำนักงานใหญ่ไปสั่งการที่วังน้อย
และช่วงสอง สร้างสถานการณ์ให้สำนักงานใหญ่ไม่สามารถเข้าไปใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้ ต้องอพยพไปแก้ปัญหาโดยใช้สถานที่ที่วังน้อย หรือซีดีอาร์ ซึ่งจะต้องผ่านขบวนการอพยพบุคลากรไปยังซีดีอาร์ เข้าไปใช้ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหา ซึ่งก็ดำเนินไปด้วยดี ใช้เวลาจากต้นทางถึงปลายทางพร้อมทำงานภายในระยะเพียง 2 ชั่วโมง และจะดำเนินการซ้อมเช่นนี้ทุกๆ 6 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากร
เตรียมดึงหน่วยธุรกิจอื่นเข้าใช้
เส้นทางการดำเนินงานของซีดีอาร์ได้กำหนดแผนงานไว้อย่างชัดเจนช่วงแรก เป็นจุดเริ่มต้นเกิดโครงการนำร่องหรือซีดีอาร์นั้นเอง เป้าหมายที่ชัดเจน คือ การเป็นศูนย์สำรองข้อมูลให้แก่สำนักงานใหญ่ ซี่งขณะนี้บรรลุตามแผนงานไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับแผนต่อเนื่อง หรือขั้นตอนต่อไป คือ การเป็นศูนย์สำรองข้อมูลให้แก่หน่วยธุรกิจอื่นๆ อีก 3 หน่วยที่ยังไม่ได้เชื่อมเข้ามาร่วมใช้ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจก๊าซ และหน่วยธุรกิจต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นนโยบายการแชร์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิธีการ และค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2544
การแชร์ทรัพยากรนั้น เราต้องใช้เวลามาก ปีกว่าๆ ที่ต้องทุ่มเทให้กับงานนี้เพราะต้องศึกษาถึงวิธีการ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี เรื่องเทคนิค รูปแบบการแชร์ ทั้งต้องให้แต่ละหน่วยเตรียมการด้วย แต่ส่วนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเพียงแต่ต้องใช้เวลา เพราะมีการประชุมกันทุก 2 สัปดาห์
เมื่อสิ้นสุดโครงการในขั้นตอนที่สอง ซีดีอาร์จะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนที่สาม คือการนำบริษัทร่วมทุนที่มีอยู่เกือบ 30 บริษัทเข้ามาแชร์ใช้ศูนย์สำรองแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2545
กว่าจะเป็นซีดีอาร์
กว่าจะดำเนินการจัดตั้งซีดีอาร์กระทั่งมาถึงทุกวันนี้ได้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยต้องพบกับอุปสรรค และปัญหานานัปการ แต่ก็ผ่านพ้นมาด้วยดีโดยการแก้ปัญหาไปทีละส่วน
เทคโนโลยีการสำรองข้อมูลเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่ก็ได้พยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณา และเปรียบเทียบว่าวิธีการใดดีที่สุด ในขณะที่ปัญหาเชิงเทคนิคมีอยู่บ้าง มีการแก้ปัญหาเป็นขั้นๆ ไป จน ในที่สุดก็ได้โครงการซีดีอาร์ออกมา
และด้วยเพราะเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเช่นนี้กว่าจะได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารก็ต้องอธิบาย และชี้แจงถึงประโยชน์และความจำเป็นที่จะต้องมีการสำรองข้อมูลชั้นสูง ซึ่งไม่ใช้เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าทำให้โครงการได้รับการเห็นชอบ
โดยขั้นตอนการแก้ปัญหาได้รับความช่วยเหลือจากซัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีศูนย์ซัพพอร์ตใน ต่างประเทศ ที่เรียกว่า Sun Professional Service ที่คอยให้การสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีบริษัทลอจิก จำกัด ผู้จำหน่ายเครื่องซันให้การซัพพอร์ตอีกทางหนึ่ง
ปัจจุบันการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มีทีมงานด้านสารสนเทศ รวมทั้งสิ้น 180 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประเภทเสียง (Voice) 50 คน และส่วนที่เหลือ 130 คน เป็นส่วนงานต่างๆ เช่น พัฒนาระบบซัพพอร์ต ดาต้าเซ็นเตอร์ ฝ่ายวางแผนไอทีเป็นต้น
ที่มา: http://vclass.mgt.psu.ac.th/~parinya/Intro2IT/uninet/13-4535131-4535184-chap13.doc
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาสาธารณสุขและการแพทย์
เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และทำให้งานด้าน สาธารณสุขเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบการบริหารงาน และนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้
- ในด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มทำบัตร จ่ายยา เก็บเงิน
- ในส่วนของการสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
- สามารถให้คำปรึกษาทางไกลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำนาญ เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้าหรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสารหรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้
- ในด้านให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียมจะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกลเป็นไปได้มากขึ้น มีประชาชนเรียนพร้อมกันได้ทั่วประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรือถามคำถามได้ด้วย
- เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบาย และติดตามกำกับการดำเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จำป็น ทั้งนี้อาจใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องขึ้น
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียงและอื่นๆ
ตัวอย่างการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
เป็นการนำเอาความก้าวหน้าด้านการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานทางการแพทย์ โดยการส่งสัญญาณผ่านสื่อซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณดาวเทียม (Satellite) หรือใยแก้วนำแสง (Fiber optic) แล้วแต่กรณีควบคู่ไปกับครือข่ายคอมพิวเตอร์ แพทย์ต้นทางและปลายทางสามารถติดต่อกันด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียง ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันและกันทั้งทางด้านภาพ เช่น ฟิล์มเอกซเรย์ และเสียงสัญญาณจากเครื่องมือแพทย์ เช่น การเต้นของหัวใจลื่นหัวใจ (ECG) พร้อมๆ กับแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และปรึกษาหารือกันเสมือนกับแพทย์ต้นทาง แพทย์ปลายทางและคนไข้อยู่ในห้องเดียวกัน นอกจากนั้นการแพทย์ทางไกลยังนำมาใช้ในการประชุมปรึกษาหารือกันทางไกล (Video Conferencing) การศึกษาต่อเนื่องทางไกล (Distance Learning) และการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกด้วย
กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงปัญหาขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในท้องที่ชนบทห่างไกลซึ่งทำให้ ประชาชนที่เจ็บป่วยมุ่งเข้ามารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในเมือง อันทำให้เป็นภาระหนักของโรงพยาบาลเหล่านั้น และเป็นภาระทางด้านค่าใช้จ่าย และเวลาของประชาชนที่ต้องเดินทางเข้ามารับบริการ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ริเริ่มดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชนที่มีแพทย์ประจำอยู่จำกัด และเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขในท้องถิ่นห่างไกลโดยจัดการเรียนการสอนทางไกล เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นได้มีโอกาสศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมโดยไม่ต้องลาเรียนต่อ และได้อยู่ปฏิบัติงานที่หน่วยงานต่อไปได้ โดยได้จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2537 ได้ให้ความ เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2538 -2541
วัตถุประสงค์กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงปัญหาขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในท้องที่ชนบทห่างไกลซึ่งทำให้ ประชาชนที่เจ็บป่วยมุ่งเข้ามารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในเมือง อันทำให้เป็นภาระหนักของโรงพยาบาลเหล่านั้น และเป็นภาระทางด้านค่าใช้จ่าย และเวลาของประชาชนที่ต้องเดินทางเข้ามารับบริการ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ริเริ่มดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชนที่มีแพทย์ประจำอยู่จำกัด และเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขในท้องถิ่นห่างไกลโดยจัดการเรียนการสอนทางไกล เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นได้มีโอกาสศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมโดยไม่ต้องลาเรียนต่อ และได้อยู่ปฏิบัติงานที่หน่วยงานต่อไปได้ โดยได้จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2537 ได้ให้ความ เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2538 -2541
วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินงานโครงการนี้คือ
1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนของโรงพยาบาลชุมชนในท้องที่ห่างไกลซึ่งขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยการปรึกษาทางการแพทย์ระหว่างแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนกับแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของโรงพยาบาลพี่เลี้ยงผ่านสัญญาณดาวเทียมด้วยข้อมูลภาพและเสียง
2. เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในชนบท โดยการจัดการเรียนการสอนทางไกล การประชุมสัมมนาทางไกล การใช้งาน Internet การสืบค้นข้อมูลจาก ฐานข้อมูล CD-ROM เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการและทำการวิจัยต่างๆ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
3. เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลและโทรศัพท์ ให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ในส่วนภูมิภาค
แผนการดำเนินงานระยะ 4 ปี (2538 - 2541) ตามแผนการดำเนินงาน 4 ปี จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม ทั่วประเทศ 61 แห่งและรถหน่วยเคลื่อนที่ 1 หน่วยดังนี้
ระยะที่ 1 ( ปีงบประมาณ 2538 ) จำนวน 8 แห่ง
ระยะที่ 2 ( ปีงบประมาณ 2539 ) จำนวน 12 แห่ง
ระยะที่ 3 ( ปีงบประมาณ 2540 ) จำนวน 27 แห่ง
ระยะที่ 4 ( ปีงบประมาณ 2541 ) จำนวน 14 แห่งและรถหน่วยเคลื่อนที่ 1 แห่ง
แต่เนื่องจากปัญหาสถานะการเงินของประเทศในปลายปีงบประมาณ 254 เป็นต้นมา ทำให้ต้องระงับการ ดำเนินงานของโครงการในระยะที่ 3 และ 4 ดังนั้นเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน 4 ปี จะมีหน่วยงานในโครงการเพียง 20 แห่งตามรายละเอียดดังนี้ คือกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง
1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี (สถานีแม่ข่าย)
2. โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์
3. คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น
2. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ. หนองคาย
3. โรงพยาบาลชุมชนบึงกาฬ จ.หนองคาย
4. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ. สกลนคร
5. โรงพยาบาลชุมชนนางรอง จ. บุรีรัมย์
6. โรงพยาบาลชุมชนภูเขียว จ. ชัยภูมิ
7. โรงพยาบาลชุมชนพยัคฆภูมิพิสัย จ. มหาสารคาม
ภาคเหนือ 6 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง จ. ลำปาง
2. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ. เพชรบูรณ์
3. โรงพยาบาลศูนย์พุทธชินราช จ. พิษณุโลก
4. โรงพยาบาลทั่วไปศรีสังวร จ. สุโขทัย
5. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จ. พิจิตร
6. โรงพยาบาลชุมชนแม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน
ภาคใต้ 4 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ จ. สงขลา
2. โรงพยาบาลทั่วไปกระบี่ จ. กระบี่
3. โรงพยาบาลชุมชนปากพะยูน จ. พัทลุง
4. โรงพยาบาลทั่วไปสุไหง โก-ลก จ. นราธิวาส
ค่าใช้จ่าย
งบประมาณลงทุนในการดำเนินการโครงการทั้ง 4 ปี ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติอยู่ในวงเงิน 346 ล้านบาท โดยผลการประกวดราคาการจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ของทั้ง 20 แห่งเป็นเงิน 113,043,635 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการดำเนินงาน คือ ค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจำนวน 1/8 transponder เป็นเงินปีละ US $ 280,600 ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม เช่น การประชุมทางไกล การปรึกษาทางไกล การเรียนการสอนทางไกลเป็นต้น รวมค่าใช้จ่ายปีละประมาณ 20 ล้านบาท
หน่วยงานรับผิดชอบ
1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสถานีแม่ข่าย ทำหน้าที่บริหาร เครือข่ายในการรับ- ส่งสัญญาณดาวเทียมของหน่วยงานในโครงการ การให้บริการ Data Network - รับผิดชอบการจัดซื้อ จัดหาติดตั้งอุปกรณ์ของโครงการฯ ประสานงานการซ่อมบำรุงรักษา การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค
2. สำนักงานพัฒนาวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ รับผิดชอบด้านวิชาการแพทย์ของโครงการได้แก่ การจัดหาแพทย์ให้คำปรึกษาต่างๆ การจัดรายการศึกษาทางไกลของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านเครือข่าย ตลอดจนประสานงานกับคณะแพทย์ศาสตร์ต่างๆ ที่สนับสนุนโครงการ
การใช้งานระบบการแพทย์ทางไกล
ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมสามารถนำมาใช้งานในระบบย่อย 4 ระบบดังนี้
1. ระบบประชุมทางไกล ( Video Conferencing ) เป็นระบบประชุมกลุ่มของโรงพยาบาลทั้งหมดร่วมกัน (One to Many) โดยมีโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง ได้แก่คณะแพทยศาสตร์ หรือโรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลศูนย์ เป็นประธานในการประชุม ใช้ในการประชุมต่างๆ เช่น การประชุมวิชาการระหว่างโรงพยาบาล ประชุมผู้บริหารส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ถ่ายทอดการประชุมวิชาการของคณะแพทย์ฯ ในส่วนกลางโดยหน่วยงานในโครงการฯ ต่างจังหวัดสามารถมีส่วนในการประชุมเสมือนอยู่ในที่ประชุมด้วย ในการทำงานของระบบประธานสามารถจะเป็นผู้ที่ สั่งการจับภาพของผู้ประชุมว่าโรงพยาบาลแห่งใดจะเป็นคู่สนทนาโต้ตอบด้วย กล่าวคือ ในขณะใดขณะหนึ่งของการประชุมกลุ่ม บนจอภาพจะปรากฎภาพของคู่สนทนา 2 ฝ่ายพร้อมเสียงเสมอ โดยที่ผู้อื่นสามารถที่จะเห็นภาพ และ ได้ยินเสียงของคู่สนทนาดังกล่าวตลอดเวลา และเมื่อฝ่ายที่ 3 ต้องการที่จะแสดงความคิดเห็น ก็สามารถจะพูดแทรก โต้ตอบตลอดเวลา
2. ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Medical Consultation) เป็นระบบการปรึกษาระหว่างโรงพยาบาลกับ โรงพยาบาล (One to One) ซึ่งจะสามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้ เช่น ในขณะที่โรงพยาบาลที่ 1 ปรึกษากับโรงพยาบาล ที่ 2 อยู่ โรงพยาบาลที่ 3 สามารถขอคำปรึกษาจากโรงพยาบาลที่ 4 และโรงพยาบาลที่ 5 สามารถขอคำปรึกษาจาก โรงพยาบาลที่ 6 ได้ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล ประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ 3 ระบบดังนี้คือ
ก. ระบบ Teleradiology
เป็นระบบการรับส่งภาพ X-Ray โดยผ่านการ Scan Film จาก High Resolution Scanner เพื่อเก็บลงใน File ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะมีการส่ง File ดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลที่จะให้คำปรึกษา โรงพยาบาลทั้งสองแห่ง (ผู้ส่ง และผู้รับ) สามารถโต้ตอบ พูดคุยถึงภาพ X-Ray ได้โดยผ่านไมโครโฟนของระบบประชุมทางไกล สามารถโต้ตอบกันได้โดยผ่าน Cursor Pointer บนจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละฝ่าย ทำให้สื่อความหมายตรงกัน คุณภาพของภาพ X-Ray บนจอภาพของทั้งสองฝ่ายจะมีจุดรายละเอียดสูงอยู่ใน Grey Shade Scale
ข. ระบบ Telecardiology
เป็นระบบการรับส่งคลื่นหัวใจ (ECG) และเสียงปอด เสียงหัวใจ โดยผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อมายังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เดียวกับที่ระบุในข้อ ก. และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้สามารถเชื่อมต่อมายังร่างกายผู้ป่วย เพื่อรับสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจส่งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ โดยคลื่น ECG ของผู้ป่วยจะมาปรากฎบนจอภาพให้เห็นในลักษณะReal Time ได้ สำหรับการติดตั้งในปีแรก เนื่องจากงบประมาณจำกัด จึงยังไม่มีการติดตั้ง อุปกรณ์ Heart Sound Module สำหรับการฟังเสียงปอดและหัวใจ
ค. ระบบ Telepathology
เป็นระบบรับส่งภาพจากกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ซึ่งอาจจะเป็นภาพเนื้อเยื่อ หรือภาพใดๆ ก็ได้จากกล้องจุลทรรศน์ทั้งชนิด Monocular และ Binocular ระบบนี้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับกล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโรงพยาบาลต่างๆ อยู่แล้ว และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะส่งสัญญาณภาพจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ ภาพที่ได้อาจจะปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ในข้อ ก. หรือ ข. หรือจะให้ปรากฎบนจอภาพของระบบประชุมทางไกลก็ได้เช่นเดียวกัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสีที่มีรายละเอียดของภาพสูง ในปีแรกจะมีการติดตั้งอุปกรณ์นี้เฉพาะที่ โรงพยาบาลศูนย์
3. ระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning)
เป็นระบบรับส่งภาพยนตร์หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งจะออกอากาศผ่านระบบเครื่องเล่นวิดีโอ โดยที่โรงพยาบาล ต่างๆ ในโครงการฯ จะสามารถรับสัญญาณภาพยนตร์ดังกล่าวพร้อมๆ กันได้ทุกแห่ง และสามารถจัดให้มีหลักสูตร การเรียนการสอนทางไกลการศึกษาต่อเนื่อง (CME) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ประจำอยู่ โรงพยาบาลในชนบทอีกด้วย
นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีโครงการร่วมผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538 - 2547 ซึ่งเป็น โครงการร่วมระหว่างคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ กับกระทรวงสาธารณสุข แนวทางการดำเนินงานของโครงการนี้คือ คัดเลือกนักเรียนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ชนบทเข้ารับการศึกษาในชั้นวิทยาศาสตร์ และปรีคลีนิคชั้นปีที่ 1-3 ในคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์และคณะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยต่างๆ และหลังจากนั้นในชั้นปีที่ 4-6 จะไปเข้ารับการศึกษาและฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์ และสถาบันสมทบที่เป็นเครือข่ายในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการเพิ่มบทบาททางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนแพทยศึกษาชั้นคลีนิคให้แก่โรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข และจำเป็นที่โรงพยาบาลศูนย์เหล่านั้นต้องพัฒนาขีดความสามารถ และความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตแพทย์ ซึ่งโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มฯ นี้ได้ร่วมมือกับโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม วางแผนการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมที่โรงพยาบาลศูนย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มีการเรียนการสอนทางไกลระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ที่ร่วมโครงการกับโรงพยาบาลศูนย์ที่ได้มาตรฐานตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่ได้การรับรองจากแพทยสภาแล้ว ทั้งนี้จะเริ่มในปี 2541 เป็นต้นไป
4. ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์ (Data and Voice Network)
Data Network ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมสามารถนำมาใช้งานในระบบย่อย 4 ระบบดังนี้
1. ระบบประชุมทางไกล ( Video Conferencing ) เป็นระบบประชุมกลุ่มของโรงพยาบาลทั้งหมดร่วมกัน (One to Many) โดยมีโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง ได้แก่คณะแพทยศาสตร์ หรือโรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลศูนย์ เป็นประธานในการประชุม ใช้ในการประชุมต่างๆ เช่น การประชุมวิชาการระหว่างโรงพยาบาล ประชุมผู้บริหารส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ถ่ายทอดการประชุมวิชาการของคณะแพทย์ฯ ในส่วนกลางโดยหน่วยงานในโครงการฯ ต่างจังหวัดสามารถมีส่วนในการประชุมเสมือนอยู่ในที่ประชุมด้วย ในการทำงานของระบบประธานสามารถจะเป็นผู้ที่ สั่งการจับภาพของผู้ประชุมว่าโรงพยาบาลแห่งใดจะเป็นคู่สนทนาโต้ตอบด้วย กล่าวคือ ในขณะใดขณะหนึ่งของการประชุมกลุ่ม บนจอภาพจะปรากฎภาพของคู่สนทนา 2 ฝ่ายพร้อมเสียงเสมอ โดยที่ผู้อื่นสามารถที่จะเห็นภาพ และ ได้ยินเสียงของคู่สนทนาดังกล่าวตลอดเวลา และเมื่อฝ่ายที่ 3 ต้องการที่จะแสดงความคิดเห็น ก็สามารถจะพูดแทรก โต้ตอบตลอดเวลา
2. ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Medical Consultation) เป็นระบบการปรึกษาระหว่างโรงพยาบาลกับ โรงพยาบาล (One to One) ซึ่งจะสามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้ เช่น ในขณะที่โรงพยาบาลที่ 1 ปรึกษากับโรงพยาบาล ที่ 2 อยู่ โรงพยาบาลที่ 3 สามารถขอคำปรึกษาจากโรงพยาบาลที่ 4 และโรงพยาบาลที่ 5 สามารถขอคำปรึกษาจาก โรงพยาบาลที่ 6 ได้ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล ประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ 3 ระบบดังนี้คือ
ก. ระบบ Teleradiology
เป็นระบบการรับส่งภาพ X-Ray โดยผ่านการ Scan Film จาก High Resolution Scanner เพื่อเก็บลงใน File ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะมีการส่ง File ดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลที่จะให้คำปรึกษา โรงพยาบาลทั้งสองแห่ง (ผู้ส่ง และผู้รับ) สามารถโต้ตอบ พูดคุยถึงภาพ X-Ray ได้โดยผ่านไมโครโฟนของระบบประชุมทางไกล สามารถโต้ตอบกันได้โดยผ่าน Cursor Pointer บนจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละฝ่าย ทำให้สื่อความหมายตรงกัน คุณภาพของภาพ X-Ray บนจอภาพของทั้งสองฝ่ายจะมีจุดรายละเอียดสูงอยู่ใน Grey Shade Scale
ข. ระบบ Telecardiology
เป็นระบบการรับส่งคลื่นหัวใจ (ECG) และเสียงปอด เสียงหัวใจ โดยผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อมายังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เดียวกับที่ระบุในข้อ ก. และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้สามารถเชื่อมต่อมายังร่างกายผู้ป่วย เพื่อรับสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจส่งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ โดยคลื่น ECG ของผู้ป่วยจะมาปรากฎบนจอภาพให้เห็นในลักษณะReal Time ได้ สำหรับการติดตั้งในปีแรก เนื่องจากงบประมาณจำกัด จึงยังไม่มีการติดตั้ง อุปกรณ์ Heart Sound Module สำหรับการฟังเสียงปอดและหัวใจ
ค. ระบบ Telepathology
เป็นระบบรับส่งภาพจากกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ซึ่งอาจจะเป็นภาพเนื้อเยื่อ หรือภาพใดๆ ก็ได้จากกล้องจุลทรรศน์ทั้งชนิด Monocular และ Binocular ระบบนี้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับกล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโรงพยาบาลต่างๆ อยู่แล้ว และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะส่งสัญญาณภาพจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ ภาพที่ได้อาจจะปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ในข้อ ก. หรือ ข. หรือจะให้ปรากฎบนจอภาพของระบบประชุมทางไกลก็ได้เช่นเดียวกัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสีที่มีรายละเอียดของภาพสูง ในปีแรกจะมีการติดตั้งอุปกรณ์นี้เฉพาะที่ โรงพยาบาลศูนย์
3. ระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning)
เป็นระบบรับส่งภาพยนตร์หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งจะออกอากาศผ่านระบบเครื่องเล่นวิดีโอ โดยที่โรงพยาบาล ต่างๆ ในโครงการฯ จะสามารถรับสัญญาณภาพยนตร์ดังกล่าวพร้อมๆ กันได้ทุกแห่ง และสามารถจัดให้มีหลักสูตร การเรียนการสอนทางไกลการศึกษาต่อเนื่อง (CME) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ประจำอยู่ โรงพยาบาลในชนบทอีกด้วย
นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีโครงการร่วมผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538 - 2547 ซึ่งเป็น โครงการร่วมระหว่างคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ กับกระทรวงสาธารณสุข แนวทางการดำเนินงานของโครงการนี้คือ คัดเลือกนักเรียนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ชนบทเข้ารับการศึกษาในชั้นวิทยาศาสตร์ และปรีคลีนิคชั้นปีที่ 1-3 ในคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์และคณะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยต่างๆ และหลังจากนั้นในชั้นปีที่ 4-6 จะไปเข้ารับการศึกษาและฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์ และสถาบันสมทบที่เป็นเครือข่ายในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการเพิ่มบทบาททางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนแพทยศึกษาชั้นคลีนิคให้แก่โรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข และจำเป็นที่โรงพยาบาลศูนย์เหล่านั้นต้องพัฒนาขีดความสามารถ และความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตแพทย์ ซึ่งโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มฯ นี้ได้ร่วมมือกับโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม วางแผนการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมที่โรงพยาบาลศูนย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มีการเรียนการสอนทางไกลระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ที่ร่วมโครงการกับโรงพยาบาลศูนย์ที่ได้มาตรฐานตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่ได้การรับรองจากแพทยสภาแล้ว ทั้งนี้จะเริ่มในปี 2541 เป็นต้นไป
4. ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์ (Data and Voice Network)
เป็นระบบการใช้งานเชื่อมต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นจุดติดตั้งของโครงการฯ มายังสำนักเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อให้สามารถใช้บริการทางด้านเครือข่ายข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ระบบ Internet
- ระบบ CD-ROM Server
- ระบบ ฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากโรงพยาบาลที่ตั้งของสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมแล้ว โรงพยาบาลต่างๆ ที่อยู่รอบโรงพยาบาล ดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลในอำเภอที่อยู่รอบๆ โรงพยาบาลนั้น สามารถที่จะขอใช้ได้โดยผ่าน Public Line ของโทรศัพท์ในท้องที่เชื่อมต่อผ่าน MODEM มายังจุดที่ตั้งสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมได้ ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลที่ตั้งของสถานีรับ - ส่งสัญญาณดาวเทียมเป็นเสมือน Gateway เพื่อให้โรงพยาบาลอื่นๆ สามารถใช้เพื่อเป็นทางผ่านมายังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และภายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งก็สามารถเชื่อมต่อระบบ LAN ของตนเอง (Novell NetWare) ผ่าน RG 58 Cable มายัง Multiprotocol Bridge ของแต่ละโรงพยาบาลในรูปของ Thin Wire Ethernet ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ต่างๆ ของแต่ละโรงพยาบาลในระบบ LAN ดังกล่าว สามารถเชื่อมต่อมายังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการใช้งานต่างๆ ทาง Data Network ดังกล่าวข้างต้นได้ด้วย ระบบ Internet เป็นระบบเครือข่าย นานาชาติซึ่งสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มี Gateway ( Unix ) เชื่อมต่อไปยังบริษัท ISP ด้วยความเร็ว 512 kbps ให้บริการกับสมาชิกซึ่งเป็นบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขผ่านระบบ LAN ของกระทรวงสาธารณสุข , LAN ของระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม และ MODEM โดยมีจำนวนหมายเลขโทรศัพท์สำหรับ MODEM จำนวน 60 หมายเลข
ระบบ CD-ROM Server เป็นระบบที่ให้บริการฐานข้อมูลทางการแพทย์จำนวน 5 ฐานข้อมูล ซึ่งจะเริ่มให้บริการเมื่อการติดตั้งระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่
1. ฐานข้อมูล Medline Standard
2. ฐานข้อมูล Drugs and Pharmacology
3. ฐานข้อมูล Nursing
4. ฐานข้อมูล Health Planning
5. ฐานข้อมูล Excerpta Medica จำนวน 3 modules ได้แก่ Cardiology, Gestro Intestinal,
Nephrology
6. ระบบฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข เป็นระบบที่ให้บริการฐานข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ประกอบด้วยฐานข้อมูลดังต่อไปนี้คือ
- ฐานข้อมูลระบาดวิทยา
- ฐานข้อมูลเขต
- ฐานข้อมูลสถิติชีพ
- ทำเนียบผู้บริหาร
- ข่าวกระทรวง (รายวัน, รายสัปดาห์)
Voice Network
มีการเชื่อมโยงอุปกรณ์โทรศัพท์และหรือ/ตู้โทรศัพท์ของโรงพยาบาลในโครงการฯ ทั้งหมดเข้ากับอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบโทรศัพท์ภายในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ โรงพยาบาลในโครงการฯ สามารถพูดติดต่อทางโทรศัพท์มายังกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี และสามารถเชื่อมระบบเข้ากับตู้โทรศัพท์ (PABX) ของโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เรียกเข้ามายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปรึกษาปัญหาทางด้านการแพทย์ต่างๆ ผ่านระบบ Health line ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังเตรียมการ ดำเนินงานอยู่ขณะนี้ โดยที่ระบบ Health line จะเป็นระบบคอมพิวเตอร์สำหรับตอบคำถามอัตโนมัติ โดยผู้ถามสามารถเลือกถามโดยกดหมายเลขต่างๆ ตามที่ได้ Program ไว้แล้วได้
รายละเอียดด้านเทคนิคของระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม
ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
ก. สถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม
เป็นสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมชนิด SCPC/DAMA ในระบบ C Band ใช้ช่องสัญญาณจำนวน 1/8 transponder จากดาวเทียมไทยคม 1A สถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมที่สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังนี้
1. จานสายอากาศรับ-ส่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง > 4.5 เมตร พร้อมอุปกรณ์ IFL
2. Communication Feed
3. อุปกรณ์เครื่องส่ง High Power Amplifier
4. อุปกรณ์ LNA
5. อุปกรณ์ Up And Down Converter
6. อุปกรณ์ Satellite Modem
7. อุปกรณ์ Multiplexer
8. อุปกรณ์ DAMA Equipment
9. อุปกรณ์ Network Management System (NMS)
10. อุปกรณ์ UPS
สถานีดาวเทียมที่โรงพยาบาลอื่นๆ มีรายละเอียดอุปกรณ์ดังนี้
1. จานสายอากาศรับ-ส่งขนาด 3.8 เมตร
2. อุปกรณ์ Outdoor Unit to indoor Unit
3. อุปกรณ์ Indoor Unit แต่ละแห่งมีอุปกรณ์ดังนี้
- อุปกรณ์ Satellite Modem
- อุปกรณ์ Multiplexer
- อุปกรณ์ Data Modem
4. อุปกรณ์ DAMA Equipment
5. อุปกรณ์ UPS.
ข. อุปกรณ์ Communication Gateway
1. อุปกรณ์เชื่อมกับระบบในศูนย์คอมพิวเตอร์สำหรับสถานีแม่ข่ายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์
1.1 Multiprotocol Bridge
1.2 Intelligent Remote Gateway
1.3 Internet Server
1.4 EIS Server
1.5 ซอฟท์แวร์ Internet (WWW)และ EIS ที่เกี่ยวข้อง
1.6 Ethernet Bridge
2. อุปกรณ์เชื่อมกับระบบในศูนย์คอมพิวเตอร์สำหรับสถานีลูกข่าย
2.1
ค. อุปกรณ์ Video Conference ประกอบด้วย
- ระบบภาพ
- ระบบเสียง
- ระบบควบคุม
- อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสื่อสาร
ง. อุปกรณ์ Medical Consultation ประกอบไปด้วยระบบดังนี้
1. ระบบ Teleradiology
1.1 Consulting Workstation
1.2 Film X-Ray Scanner
1.3 ซอฟท์แวร์ระบบ Teleradiology
2. ระบบ Telecardiology
2.1 ECG Connecting Module
2.2 Heart Sound Module
3. ระบบ Telepathology
3.1 Microscopy Connecting Module
จ. อุปกรณ์ CD-ROM Server และแผ่น CD ฐานข้อมูลทางการแพทย์
- ฐานข้อมูล Medline Standard
- ฐานข้อมูล Drugs and Pharmacology
- ฐานข้อมูล Nursing
- ฐานข้อมูล Health Planning
ฐานข้อมูล Excerpta Medica 3 modules
Network Configuration
การดำเนินงานในปัจจุบัน
ได้มีการประกวดราคาจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมของปี2538/2539 ภายในวงเงินงบประมาณ 113 ล้านบาท ซึ่งผลปรากฎว่าบริษัทล็อกซเลย์จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา และได้มีการลงนามในสัญญาไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 ขณะนี้การติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อมีนาคม 2541 และเริ่มมีการให้บริการประชุมวิชาการทางไกลและการเรียนการสอนทางไกลแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2541 เป็นต้นมา
ที่มา: http://vclass.mgt.psu.ac.th/~parinya/Intro2IT/uninet/13-4535131-4535184-chap13.doc
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น