วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาขาความมั่นคงของชาติ บันเทิง และเทคโนโลยีของแนวโน้มโลก

เทคโนโลยีกับแนวโน้มโลก           เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้สังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสสาหดรรมมาเป็นสังคมสารสนเทศ สภาพของสังคมโลกได้เปลี่ยนแปลงมาแล้วสองครั้้ง จากสังคมความเป็นอยู่แบบเร่รอนมาเป็นสังคมเกษตรที่รู้จักกับการเพาะปลูกและสร้างผลิตผลทางการเกษตรทำให้มีการสร้างบ้านเรือนเป็นหลักแหล่ง ต่อมามีความจำเป็นที่ต้องผลิตสินค้าใหใ้ได้ปริมาณมากและต้นทุนถูก จึงต้องหันมาผลิตแบบอุตสาหกรรม ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์เปลี่ยนแปลง
มาเป็นสังคมเมือง มีการรวมกลุ่มอยู่อาศัยเป็นเมือง มีอุตสาหกรรมเป็นฐานการผลิต สังคมอุตสาหกรรมได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน และกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสารสนเทศ ปุจจุบันคอมพิวเตอรืและระบบสื่อสารมีบทบาทมากขึ้น มีการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงการทำงานต่าง ๆ การดำเนินธุรกิจใช้สารสนเทศอย่างกว้างขวาง เกิดคำใหม่ว่า ไซเบอร์เเปซ ( cyberspace ) มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในไซเบอร์สเปซ เช่น การพูดคุย การซื้อขายและบริการ การทำงานผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอรืทำให้เกิดสภาพที่เสมือนจริงมากมาย เช่น ห้องสมุดเสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ที่ทำงานเสมือนจริง ฯลฯ
          เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีแยยสุนทรียสัมผัสและตอบสนองความต้องการ ปุจจุบันการใช้เทคโนโ,ยีเป็นปบบบังคับ เช่น การดูโทรทัศน์ การฟังวิทยุ เมื่อเรา่เปิดเครื่องรับโทรทัศน์เราไม่สามารถเลือกตามคาวมต้องการไ้ด้ ถ้าสถานีส่งสัญญาณใดมาเราก็จะต้องชมตามตารางที่สถานีกำหนด หากผิดเวลาก็ทำให้พลาดรายการที่สนใจไปและหากไม่พอใจรายการที่ีทำได้เพียงเลือกสถานีใหม่ แนวโน้มจากนี้ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เรียนว่าออนดีมานด์ ( on demand ) เราจะมีอนดีมานด์ ( TV on demand ) เช่น เมื่อต้องการชมภาพยนตร์เรื่องใดก็ดูได้ เพราะเทคโนโลยีมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าจนสามารถนำระบบสื่ิสารมาตอบสนองตามความต้องการของมนุษย์ได้
           เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดสภาพการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลาเมื่อการสื่อสารแบบสองทางก้าวหน้าและแพร่หลายขึ้น การโต้ตอบผ่านเครือข่ายทำให้เหมือนมีปฏิสัมพันธ์ได้จริง เรามีระบบประชุมทางวีดิทัศน์ ระบบประชุมบนเครือข่าย มีระบบการศึกษาบนเครือข่าย มีระบบการค้าขายบนเครือข่าย ลักษณะของการดำเนินธุรกิจเหล่านี้ทำให้ขยายขอบเขตการทำงาน หรือดำเนินกิจกรรมในทุกหนทุกแห่ง และดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ระบบเอทีเอ็ม ทำให้มีการเบิกจ่ายได้เกือบตลอดเวลาและกระจายไปใกล้ตัวผู้รับบริการมากขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น การบริการกระจายมากยิ่งขึ้นจนถึงที่บ้านและในอนาคตสังคมการทำงานจะกระจายจนงานบางงานอาจนั่งทำมฃที่บ้านหรือที่ใดก็ได้ และเวลาใดก็ได้
                       เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็ยเศรษฐกิจโลกความเกี่ยวโยงของเครือข่ายสารสนเทศทำให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์( hlobalization ) ระบบเศรษฐกิจซึ่งตั้งแต้เดิมมีขอบเขตจขำกัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก ทั่งโลกจะมีกระแสหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีส่วนช่วยอำนวยให้การดำเนินการมีขอบเขตกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ระบบเศรษฐกิจของโลกจึงผูกพันกับทุกประเทศ และเชื่อมโยงกันแนบแน่นขึ้นเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน หน่วยงานภานในเป็นแบบเครือข่ายมากขึ้น แต่เดิมการจัดองค์กรมีการวางแผนเป็นลำดับขั้น มีสสายการบังคับบัญชาจากบนลลงล่าง แต่เมื่อการสื่อสารแบบสองทางและการกระจายข่างสารดีขึ้น มีการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์กรผูกพันกันเป็นกลุ่มงาน มีการเพิ่มคุณค่าขององค์กรด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดโครงสร้างขององค์กรจึงปรับเปลี่ยนจากเดิม มีแนวโน้มที่จะสร้างองค์กรเป็นเครืิอข่าย ที่มีลัษณะการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หน่วยธุรกิจจะมีขนาดเลกลงและเชื่อมโยงกับหน่วยงานธุรกิจอื่นเป็นเครือข่าย สถานภาพขององค์กรจึงต้องแปรเปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี เพราะการดำเนินธุรกิจต้องใช้ระบบสื่อสารที่มีความรวดเร็วเท่ากับแสง ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลไดฃ้ง่ายและรวดเร็ว
             เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทำให้วิถีการตัดสินใจ หรือเลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้น แต่เดิมการตัดสินปัญหาอาจีหนทางให้เลือกได้น้อยเช่น มีตำตอบเพียง ใช่ พรือ ไม้ใช่ แต่ด้วยข้อมูลข่าวสารที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทำให้วิถีความคิดในการตัดสินปัญหาเปลี่ยนไป ผู้ตัดสินใจมีทางเลือกได้มากขึ้น มีความละเอียดอ่อนในการตัดสินปัญหาได้ดี
            เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาททุกวงการ ดังนั้นจึงจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองได้อย่างมากลอฝนึกดูว่าขณะนี้เราสามารถชาข่าว ชารายการโทรทัศน์ที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก เราสามารุรับรู้ข่าวสารได้ทันที เราใช้เครือขา่ยอินเทอร์เน็ตในการสื่อสารระหว่างกัน และการติดต่อกับคนทั่วโลก จึงเป็นที่แน่ชัดว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองจึงมีลักษณะเป็นสังคมโลกมากขึ้น
ที่มา http://neung.kaengkhoi.ac.th/workm.4_m62551/m4_5/salinee/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.html


การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาด้านความมั่นคงของชาติและทางทหาร
ด้านกฎหมายและการปกครอง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสรุปคดีทุกคดีว่าใครฟ้องใคร เรื่องอะไร ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ตัดสินว่าอย่างไร เข้าคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะช่วยงานได้หลายอย่าง เช่น ต้องการทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนเหมือนหรือแตกต่างกับฉบับไหนมากน้อยเท่าใด ก็ให้คอมพิวเตอร์ค้นหา และวิเคราะห์เปรียบเทียบพิมพ์ลงได้ หรือต้องการทราบว่าคดีแบบไหนเคยมีฟ้องร้องแล้วศาลตัดสินอย่างไร ก็ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยหาให้ก็จะได้คำตอบภายในเวลาไม่กี่นาที
ด้านรัฐสภา เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุน และการดำเนินบทบาทด้านการพัฒนาประชาธิปไตยเป็นอย่างมากต่องานรัฐสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนิติบัญญัติ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐสภาได้มีการปรับปรุงระบบงานใหม่ พร้อมดึงเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในกิจการงานสภา ศึกษาวิเคราะห์ระบบงานรัฐสภาทั้งหมดและจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ ขึ้นมากำกับดูแลงานด้านคอมพิวเตอร์ พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลรัฐสภาขึ้นระหว่างปีพ.ศ. 2535-2540
ด้านการทหารและกองบัญชาการทหารสูงสุด การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในด้านการทหารแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ด้านการสื่อสาร และภูมิศาสตร์
  • มีการนำดาวเทียมทหารมาใช้เพื่อกิจการด้านความมั่นคงทางทหาร เพราะสามารถส่งข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะด้านการทหารซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
  • การถ่ายภาพภูมิศาสตร์ จำลองลักษณะภูมิศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อความสะดวก ในการจัดทำยุทธภูมิและการวางแผนป้องกันประเทศ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาขาความมั่นคงของชาติ บันเทิง และเทคโนโลยีของแนวโน้มโลก

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาขาอุสาหกรรมการผลิต การแพทย์

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาอุตสาหกรรมและการผลิต
    บริษัทชั้นนำระดับโลกส่วนใหญ่สร้างระบบสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลสูญหาย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท) เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเป้าหมายที่จะดำเนินงานให้เป็นองค์กรระดับเวิลด์คลาสด้วยแล้ว    การสำรองข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงจึงยิ่งสำคัญขึ้นอีกทบทวี
การจัดตั้งศูนย์สำรองข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Disaster Recovery Center:CDR) ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยก็เกิดขึ้นด้วยเพราะเล็งเห็นถึงความมั่นคงที่จะได้รับ

ลดความเสี่ยงสู่รากฐานที่มั่นคง
   ความมั่นคงของระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เมื่อใดก็ตามที่ระบบไม่สามารถใช้งานได้ นั่นหมายถึงความสูญเสียที่จะบังเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง ซึ่งในบางครั้งอาจมีมูลค่ามหาศาลจนไม่อาจประมาณค่าได้
   การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่ สินค้าหลักเป็นสิ่งจำเป็นดังนั้นการที่ระบบไอทีจะต้องมีความมั่นคงจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดซึ่งความเสียหาย หากเกิดขึ้นหมายถึงภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย ดังนั้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจึงเล็งเห็นความสำคัญของศูนย์สำรองข้อมูล
   จากข้อมูลที่ได้ศึกษามาแล้วพบว่า 65 เปอร์เซนต์ของปัญหาเกิดจากคนอีก 25 เปอร์เซนต์เกิดจากเทคโนโลยี และ 5 เปอร์เซ็นต์เกิดจากภัยธรรมชาติ ส่วนที่เหลืออีก 2 เปอร์เซนต์มาจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งจากข้อมูลนี้เราสรุปได้ว่ากว่า 90 เปอร์เซนต์สามารถป้องกันได้
   ดังนั้นรูปแบบการสำรองข้อมูลแบบเดิมของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยที่เคยใช้เป็นเทปแบ็กอัพ ก็ได้รับการพัฒนาก้าวข้ามขึ้นอีกชั้นหนึ่งภายใต้เป้าประสงค์ที่วางไว้
   โดยวัตถุประสงค์หลักของซีดีอาร์ คือการลดผลกระทบ หรือความเสียหายทางธุรกิจในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์หลักไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ทั้งในส่วนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่สำนักงานใหญ่ เมื่อเกิดปัญหาซีดีอาร์จะต้องทำงานแทนได้ และเกิดเหตุใดๆ ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในสำนักงานใหญ่ได้ ซีดีอาร์จะต้องเป็นศูนย์สำรองให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ
   ระบบที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเลือกใช้เรียกว่า "ฮอตแบ็คอัพ" ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยสามารถรับรองการเสียหายของข้อมูลหากเกิดเหตุขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 10 นาที สำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญมาก ซึ่งระบบจะทำการส่งไปสำรองทุกๆ ครั้งที่มีข้อมูลเป็นประเภทนี้ และไม่เกิน 0 นาทีสำหรับข้อมูลที่สำคัญรองลงมาโดจะทำการสำรองข้อมูลทุกๆ 30 นาที
   การเฟ้นหาสถานที่ เมื่อมาถึงขั้นตอนการเลือกสถานที่ ซึ่งต้องพิจารณาจากความพร้อมหลายๆ ด้าน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มีสถานที่ 3 แห่งในการพิจารณาคัดสรร ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซ ที่จังหวัดชลบุรี คลัง น้ำมันพระโขนง และสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ที่วังน้อย
   สถานที่ที่ชลบุรี ติดขัดเรื่องการเดินทางซึ่งต้องใช้เวลามาก และระบบเครือข่ายที่เชื่อมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการ ก๊าชกับสำนักงานใหญ่ยังไม่แข็งแกร่งพอในขณะนั้น สำหรับที่พระโขนงเป็นเขตที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีคลังน้ำมันอยู่ที่นั้น ในขณะที่วังน้อยมีความพร้อมสูงสุด จึงได้ตัดสินใจเลือกวังน้อยเป็นสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์
   ที่วังน้อยมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเดินทาง มีเส้นทางคมนาคมหลายเส้นทางที่สามารถเดินทางจากสำนักงานใหญ่ไปวังน้อยได้อย่างสะดวก ใช้เวลาน้อยเนื่องจากอยู่ห่างกรุงเทพเพียง 70 กิโลเมตร
   นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่อำนวย และมีพื้นที่ที่สามารถสร้างอาคาร หรือขยายพื้นที่ใช้สอยเพิ่มได้ สำหรับระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่ก็สามารถรองรับความต้องการได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีห้องพัก 78 ห้องทุกห้องมีระบบเครือข่ายภายใน (Lan) ห้องสัมมนา และห้องอบรมมีคอมพิวเตอร์ 50-60 เครื่องที่สามารถใช้งานได้ทันที
   รวมถึงระบบการสื่อสารที่วังน้อยมีส่วนงานปฏิบัติการระบบท่อก็าซซึ่งสามารถเชื่อมโยงสายเคเบิลเพื่อใช้งานร่วมกันอีกทางหนึ่ง
   ซีดีอาร์ควรเป็นศูนย์ฟื้นฟูธุรกิจได้ด้วย ซึ่งที่วังน้อย มีโรงแรมที่พัก มีห้องสัมมนา ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถอพยพไปใช้ได้ทันที่ในห้องฝึกอบรม โดยเราได้จัดการตำแหน่งที่นั้งไว้อย่างชัดเจนหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะเข้านั่งประจำที่ตัวเองตามที่วางผังไว้
   ขณะเดียวกันภายในอาคารยังเป็นที่ตั้งของระบบเซิร์ฟเวอร์สะดวกต่อการบริหารจัดการ จากความพร้อมตามที่กล่าวมานี้วังน้อยจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์ที่สุด
   การจัดตั้งระบบซีดีอาร์ การวางระบบของซีดีอาร์ ปตท เลือกเฉพาะส่วนสำคัญที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ หากได้รับผลกระทบจะก่อให้เกิดผลกระทบจะก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ บัญชี- การเงิน ทรัพยากรบุคคล และระบบเมล์ โดยทั้งสามส่วนก็ได้ทำการคัดเลือกเฉพาะเจ้าหน้าที่หลักๆ ที่เป็นคีย์ยูสเซอร์ ซึ่งรวมทั้งสิ้นประมาณ 70 คน
   มาถึงช่วงตัดสินใจในเรื่องเทคโนโลยี มีขั้นการคัดเลือกด้วยวิธีการประมูล ในครั้งนั้นมีเวนเดอร์อยู่ 3 ค่ายที่ เข้าร่วมเสนอราคา ผลปรากฏว่า ซัยชนะการประมูลเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าซันมีประสบการณ์ด้านนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ และเสนองานตรงตามข้อกำหนด
   ระบบเดิมที่สำนักงานใหญ่ใช้เทคโนโลยีของซัน และใช้ซอฟแวร์ฐานข้อมูลของออราเคิล ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร เราสร้างซีดีอาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง เราจึงเลือกเทคโนโลยีที่เราสามารถมั่นใจได้
   ซีดีอาร์ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ยี่ห้อซัน 3 เครื่อง เซิร์ฟเวอร์คอมแพคอีก 6 เครื่อง มีหน่วยความจำหลักขนาด 4 กิกะไบต์ และ Disk Space หรือเนื้อที่สำหรับการเก็บข้อมูลขนาด 473 กิกะไบต์ ระบบสื่อสารหลักใช้ไฟเบอร์ออฟติกความเร็ว 2 เมกกะบิตต่อวินาที และสายสำรองเป็นไฟเบอร์ออฟติกเช่นกันความเร็ว 384 กิโลบิตต่อวินาที
   โดยศูนย์แห่งนี้จัดตั้งภายใต้ระบบการเช่าใช้เทคโนโลยี โดยมีการทำสัญญา 5 ปีรวมทั้งค่าบำรุงรักษาและ ซัพพอร์ต ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ไม่มากจนเกินไป เป็นเพราะซีดีอาร์ไม่ต้องลงทุน ด้านอาคาร สถานที่ สาธารณูปโภค แต่อย่างใด

   เหตุที่เราตัดสินใจเช่าใช้เครื่องเนื่องจากว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ในอีก 3 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีในวันนี้อาจจะล้าสมัยไปมากแล้ว การที่เราเช่าทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้ง่ายกว่า ในขณะที่ ค่าเช่ารวมตลอดระยะ 5 ปี คำนวณออกมาแล้วไม่แตกต่างจากการซื้อ แต่หากเราซื้อจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอีกมากยิ่งเก่ายิ่งแพง หรือหากต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีก็ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด
ระบบสมบูรณ์บรรลุเป้าหมายหลังจากติดตั้งระบบ CDR หลังจากใช้เวลา 4 เดือน ในการจัดทำโครงการ และได้ทำการทดสอบระบบโดยการซ้อมใหญ่ สร้างสถานการณ์ขึ้น แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนของการทำงานจริงทั้งขบวนงานเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนนั้น
   ผลการซ้อมเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซีดีอาร์สามารถทำงานได้ 95 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าสมบูรณ์ทุกส่วน ยกเว้นระบบการพิมพ์ที่พบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ที่วังน้อยไม่รู้จักกับเครื่องพิมพ์ที่สำนักงานใหญ่ แต่ทางทีมงานก็ได้แก้ปัญหาเป็นที่เรียบร้อย
   ในระบบของการซ้อมในครั้งนั้น ผลสำเร็จที่ได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าซีดีอาร์บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้ โดยสามารถรับรองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเราก็มั่นใจทั้งความพร้อมของระบบและความพร้อมของบุคลากรที่ให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกันเป็นอย่างดี
   ในระบบของการซ้อมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ การสร้างสถานการณ์ให้เซิร์ฟเวอร์ หรือเครื่องแม่ข่ายที่ สำนักงานใหญ่ไม่สามารถใช้การได้ (โดยการปิด) ทั้งหมด วิธีแก้ปัญหา เจ้าหน้าที่จะต้องใช้ขบวนการด้านรีโมตจากพีซีที่สำนักงานใหญ่ไปสั่งการที่วังน้อย
   และช่วงสอง สร้างสถานการณ์ให้สำนักงานใหญ่ไม่สามารถเข้าไปใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้ ต้องอพยพไปแก้ปัญหาโดยใช้สถานที่ที่วังน้อย หรือซีดีอาร์ ซึ่งจะต้องผ่านขบวนการอพยพบุคลากรไปยังซีดีอาร์ เข้าไปใช้ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหา ซึ่งก็ดำเนินไปด้วยดี ใช้เวลาจากต้นทางถึงปลายทางพร้อมทำงานภายในระยะเพียง 2 ชั่วโมง และจะดำเนินการซ้อมเช่นนี้ทุกๆ 6 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากร

เตรียมดึงหน่วยธุรกิจอื่นเข้าใช้
     เส้นทางการดำเนินงานของซีดีอาร์ได้กำหนดแผนงานไว้อย่างชัดเจนช่วงแรก เป็นจุดเริ่มต้นเกิดโครงการนำร่องหรือซีดีอาร์นั้นเอง เป้าหมายที่ชัดเจน คือ การเป็นศูนย์สำรองข้อมูลให้แก่สำนักงานใหญ่ ซี่งขณะนี้บรรลุตามแผนงานไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับแผนต่อเนื่อง หรือขั้นตอนต่อไป คือ การเป็นศูนย์สำรองข้อมูลให้แก่หน่วยธุรกิจอื่นๆ อีก 3 หน่วยที่ยังไม่ได้เชื่อมเข้ามาร่วมใช้ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจก๊าซ และหน่วยธุรกิจต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นนโยบายการแชร์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิธีการ และค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2544
   การแชร์ทรัพยากรนั้น เราต้องใช้เวลามาก ปีกว่าๆ ที่ต้องทุ่มเทให้กับงานนี้เพราะต้องศึกษาถึงวิธีการ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี เรื่องเทคนิค รูปแบบการแชร์ ทั้งต้องให้แต่ละหน่วยเตรียมการด้วย แต่ส่วนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเพียงแต่ต้องใช้เวลา เพราะมีการประชุมกันทุก 2 สัปดาห์
   เมื่อสิ้นสุดโครงการในขั้นตอนที่สอง ซีดีอาร์จะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนที่สาม คือการนำบริษัทร่วมทุนที่มีอยู่เกือบ 30 บริษัทเข้ามาแชร์ใช้ศูนย์สำรองแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2545

กว่าจะเป็นซีดีอาร์
    กว่าจะดำเนินการจัดตั้งซีดีอาร์กระทั่งมาถึงทุกวันนี้ได้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยต้องพบกับอุปสรรค และปัญหานานัปการ แต่ก็ผ่านพ้นมาด้วยดีโดยการแก้ปัญหาไปทีละส่วน
   เทคโนโลยีการสำรองข้อมูลเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่ก็ได้พยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณา และเปรียบเทียบว่าวิธีการใดดีที่สุด ในขณะที่ปัญหาเชิงเทคนิคมีอยู่บ้าง มีการแก้ปัญหาเป็นขั้นๆ ไป จน ในที่สุดก็ได้โครงการซีดีอาร์ออกมา
   และด้วยเพราะเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเช่นนี้กว่าจะได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารก็ต้องอธิบาย และชี้แจงถึงประโยชน์และความจำเป็นที่จะต้องมีการสำรองข้อมูลชั้นสูง ซึ่งไม่ใช้เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าทำให้โครงการได้รับการเห็นชอบ
   โดยขั้นตอนการแก้ปัญหาได้รับความช่วยเหลือจากซัน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีศูนย์ซัพพอร์ตใน ต่างประเทศ ที่เรียกว่า Sun Professional Service ที่คอยให้การสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีบริษัทลอจิก จำกัด ผู้จำหน่ายเครื่องซันให้การซัพพอร์ตอีกทางหนึ่ง
   ปัจจุบันการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มีทีมงานด้านสารสนเทศ รวมทั้งสิ้น 180 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประเภทเสียง (Voice) 50 คน และส่วนที่เหลือ 130 คน เป็นส่วนงานต่างๆ เช่น พัฒนาระบบซัพพอร์ต ดาต้าเซ็นเตอร์ ฝ่ายวางแผนไอทีเป็นต้น


ที่มา:  http://vclass.mgt.psu.ac.th/~parinya/Intro2IT/uninet/13-4535131-4535184-chap13.doc

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาสาธารณสุขและการแพทย์
    เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และทำให้งานด้าน สาธารณสุขเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบการบริหารงาน และนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้
    • ในด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มทำบัตร จ่ายยา เก็บเงิน
    • ในส่วนของการสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
    • สามารถให้คำปรึกษาทางไกลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำนาญ เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้าหรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสารหรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้
    • ในด้านให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียมจะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกลเป็นไปได้มากขึ้น มีประชาชนเรียนพร้อมกันได้ทั่วประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรือถามคำถามได้ด้วย
    • เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบาย และติดตามกำกับการดำเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จำป็น ทั้งนี้อาจใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องขึ้น
    • เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียงและอื่นๆ
ตัวอย่างการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
    เป็นการนำเอาความก้าวหน้าด้านการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานทางการแพทย์ โดยการส่งสัญญาณผ่านสื่อซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณดาวเทียม (Satellite) หรือใยแก้วนำแสง (Fiber optic) แล้วแต่กรณีควบคู่ไปกับครือข่ายคอมพิวเตอร์ แพทย์ต้นทางและปลายทางสามารถติดต่อกันด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียง ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันและกันทั้งทางด้านภาพ เช่น ฟิล์มเอกซเรย์ และเสียงสัญญาณจากเครื่องมือแพทย์ เช่น การเต้นของหัวใจลื่นหัวใจ (ECG) พร้อมๆ กับแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และปรึกษาหารือกันเสมือนกับแพทย์ต้นทาง แพทย์ปลายทางและคนไข้อยู่ในห้องเดียวกัน นอกจากนั้นการแพทย์ทางไกลยังนำมาใช้ในการประชุมปรึกษาหารือกันทางไกล (Video Conferencing) การศึกษาต่อเนื่องทางไกล (Distance Learning) และการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกด้วย
กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงปัญหาขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในท้องที่ชนบทห่างไกลซึ่งทำให้ ประชาชนที่เจ็บป่วยมุ่งเข้ามารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในเมือง อันทำให้เป็นภาระหนักของโรงพยาบาลเหล่านั้น และเป็นภาระทางด้านค่าใช้จ่าย และเวลาของประชาชนที่ต้องเดินทางเข้ามารับบริการ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ริเริ่มดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชนที่มีแพทย์ประจำอยู่จำกัด และเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขในท้องถิ่นห่างไกลโดยจัดการเรียนการสอนทางไกล เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นได้มีโอกาสศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมโดยไม่ต้องลาเรียนต่อ และได้อยู่ปฏิบัติงานที่หน่วยงานต่อไปได้ โดยได้จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2537 ได้ให้ความ เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2538 -2541
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินงานโครงการนี้คือ

1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนของโรงพยาบาลชุมชนในท้องที่ห่างไกลซึ่งขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยการปรึกษาทางการแพทย์ระหว่างแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนกับแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของโรงพยาบาลพี่เลี้ยงผ่านสัญญาณดาวเทียมด้วยข้อมูลภาพและเสียง
2. เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในชนบท โดยการจัดการเรียนการสอนทางไกล การประชุมสัมมนาทางไกล การใช้งาน Internet การสืบค้นข้อมูลจาก ฐานข้อมูล CD-ROM เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการและทำการวิจัยต่างๆ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
3. เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลและโทรศัพท์ ให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ในส่วนภูมิภาค
แผนการดำเนินงานระยะ 4 ปี (2538 - 2541) ตามแผนการดำเนินงาน 4 ปี จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม ทั่วประเทศ 61 แห่งและรถหน่วยเคลื่อนที่ 1 หน่วยดังนี้

ระยะที่ 1 ( ปีงบประมาณ 2538 ) จำนวน 8 แห่ง
ระยะที่ 2 ( ปีงบประมาณ 2539 ) จำนวน 12 แห่ง
ระยะที่ 3 ( ปีงบประมาณ 2540 ) จำนวน 27 แห่ง
ระยะที่ 4 ( ปีงบประมาณ 2541 ) จำนวน 14 แห่งและรถหน่วยเคลื่อนที่ 1 แห่ง

    แต่เนื่องจากปัญหาสถานะการเงินของประเทศในปลายปีงบประมาณ 254 เป็นต้นมา ทำให้ต้องระงับการ ดำเนินงานของโครงการในระยะที่ 3 และ 4 ดังนั้นเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน 4 ปี จะมีหน่วยงานในโครงการเพียง 20 แห่งตามรายละเอียดดังนี้ คือกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง
1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี (สถานีแม่ข่าย)
2. โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์
3. คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น
2. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ. หนองคาย
3. โรงพยาบาลชุมชนบึงกาฬ จ.หนองคาย
4. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ. สกลนคร
5. โรงพยาบาลชุมชนนางรอง จ. บุรีรัมย์
6. โรงพยาบาลชุมชนภูเขียว จ. ชัยภูมิ
7. โรงพยาบาลชุมชนพยัคฆภูมิพิสัย จ. มหาสารคาม


ภาคเหนือ 6 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง จ. ลำปาง
2. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ. เพชรบูรณ์
3. โรงพยาบาลศูนย์พุทธชินราช จ. พิษณุโลก
4. โรงพยาบาลทั่วไปศรีสังวร จ. สุโขทัย
5. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จ. พิจิตร
6. โรงพยาบาลชุมชนแม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน

ภาคใต้ 4 แห่ง
1. โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ จ. สงขลา
2. โรงพยาบาลทั่วไปกระบี่ จ. กระบี่
3. โรงพยาบาลชุมชนปากพะยูน จ. พัทลุง
4. โรงพยาบาลทั่วไปสุไหง โก-ลก จ. นราธิวาส

ค่าใช้จ่าย
งบประมาณลงทุนในการดำเนินการโครงการทั้ง 4 ปี ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติอยู่ในวงเงิน 346 ล้านบาท โดยผลการประกวดราคาการจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ของทั้ง 20 แห่งเป็นเงิน 113,043,635 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการดำเนินงาน คือ ค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจำนวน 1/8 transponder เป็นเงินปีละ US $ 280,600 ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม เช่น การประชุมทางไกล การปรึกษาทางไกล การเรียนการสอนทางไกลเป็นต้น รวมค่าใช้จ่ายปีละประมาณ 20 ล้านบาท
หน่วยงานรับผิดชอบ
   1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสถานีแม่ข่าย ทำหน้าที่บริหาร เครือข่ายในการรับ- ส่งสัญญาณดาวเทียมของหน่วยงานในโครงการ การให้บริการ Data Network - รับผิดชอบการจัดซื้อ จัดหาติดตั้งอุปกรณ์ของโครงการฯ ประสานงานการซ่อมบำรุงรักษา การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค
   2. สำนักงานพัฒนาวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ รับผิดชอบด้านวิชาการแพทย์ของโครงการได้แก่ การจัดหาแพทย์ให้คำปรึกษาต่างๆ การจัดรายการศึกษาทางไกลของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านเครือข่าย ตลอดจนประสานงานกับคณะแพทย์ศาสตร์ต่างๆ ที่สนับสนุนโครงการ

การใช้งานระบบการแพทย์ทางไกล
ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมสามารถนำมาใช้งานในระบบย่อย 4 ระบบดังนี้
    1. ระบบประชุมทางไกล ( Video Conferencing ) เป็นระบบประชุมกลุ่มของโรงพยาบาลทั้งหมดร่วมกัน (One to Many) โดยมีโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง ได้แก่คณะแพทยศาสตร์ หรือโรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลศูนย์ เป็นประธานในการประชุม ใช้ในการประชุมต่างๆ เช่น การประชุมวิชาการระหว่างโรงพยาบาล ประชุมผู้บริหารส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ถ่ายทอดการประชุมวิชาการของคณะแพทย์ฯ ในส่วนกลางโดยหน่วยงานในโครงการฯ ต่างจังหวัดสามารถมีส่วนในการประชุมเสมือนอยู่ในที่ประชุมด้วย ในการทำงานของระบบประธานสามารถจะเป็นผู้ที่ สั่งการจับภาพของผู้ประชุมว่าโรงพยาบาลแห่งใดจะเป็นคู่สนทนาโต้ตอบด้วย กล่าวคือ ในขณะใดขณะหนึ่งของการประชุมกลุ่ม บนจอภาพจะปรากฎภาพของคู่สนทนา 2 ฝ่ายพร้อมเสียงเสมอ โดยที่ผู้อื่นสามารถที่จะเห็นภาพ และ ได้ยินเสียงของคู่สนทนาดังกล่าวตลอดเวลา และเมื่อฝ่ายที่ 3 ต้องการที่จะแสดงความคิดเห็น ก็สามารถจะพูดแทรก โต้ตอบตลอดเวลา
    2. ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Medical Consultation) เป็นระบบการปรึกษาระหว่างโรงพยาบาลกับ โรงพยาบาล (One to One) ซึ่งจะสามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้ เช่น ในขณะที่โรงพยาบาลที่ 1 ปรึกษากับโรงพยาบาล ที่ 2 อยู่ โรงพยาบาลที่ 3 สามารถขอคำปรึกษาจากโรงพยาบาลที่ 4 และโรงพยาบาลที่ 5 สามารถขอคำปรึกษาจาก โรงพยาบาลที่ 6 ได้ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล ประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ 3 ระบบดังนี้คือ
    ก. ระบบ Teleradiology
เป็นระบบการรับส่งภาพ X-Ray โดยผ่านการ Scan Film จาก High Resolution Scanner เพื่อเก็บลงใน File ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะมีการส่ง File ดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลที่จะให้คำปรึกษา โรงพยาบาลทั้งสองแห่ง (ผู้ส่ง และผู้รับ) สามารถโต้ตอบ พูดคุยถึงภาพ X-Ray ได้โดยผ่านไมโครโฟนของระบบประชุมทางไกล สามารถโต้ตอบกันได้โดยผ่าน Cursor Pointer บนจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละฝ่าย ทำให้สื่อความหมายตรงกัน คุณภาพของภาพ X-Ray บนจอภาพของทั้งสองฝ่ายจะมีจุดรายละเอียดสูงอยู่ใน Grey Shade Scale
    ข. ระบบ Telecardiology
เป็นระบบการรับส่งคลื่นหัวใจ (ECG) และเสียงปอด เสียงหัวใจ โดยผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อมายังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เดียวกับที่ระบุในข้อ ก. และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้สามารถเชื่อมต่อมายังร่างกายผู้ป่วย เพื่อรับสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจส่งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ โดยคลื่น ECG ของผู้ป่วยจะมาปรากฎบนจอภาพให้เห็นในลักษณะReal Time ได้ สำหรับการติดตั้งในปีแรก เนื่องจากงบประมาณจำกัด จึงยังไม่มีการติดตั้ง อุปกรณ์ Heart Sound Module สำหรับการฟังเสียงปอดและหัวใจ
     ค. ระบบ Telepathology
เป็นระบบรับส่งภาพจากกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ซึ่งอาจจะเป็นภาพเนื้อเยื่อ หรือภาพใดๆ ก็ได้จากกล้องจุลทรรศน์ทั้งชนิด Monocular และ Binocular ระบบนี้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับกล้องจุลทรรศน์ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโรงพยาบาลต่างๆ อยู่แล้ว และอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะส่งสัญญาณภาพจากกล้องจุลทรรศน์ต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งได้ ภาพที่ได้อาจจะปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ในข้อ ก. หรือ ข. หรือจะให้ปรากฎบนจอภาพของระบบประชุมทางไกลก็ได้เช่นเดียวกัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสีที่มีรายละเอียดของภาพสูง ในปีแรกจะมีการติดตั้งอุปกรณ์นี้เฉพาะที่ โรงพยาบาลศูนย์
     3. ระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning)
เป็นระบบรับส่งภาพยนตร์หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งจะออกอากาศผ่านระบบเครื่องเล่นวิดีโอ โดยที่โรงพยาบาล ต่างๆ ในโครงการฯ จะสามารถรับสัญญาณภาพยนตร์ดังกล่าวพร้อมๆ กันได้ทุกแห่ง และสามารถจัดให้มีหลักสูตร การเรียนการสอนทางไกลการศึกษาต่อเนื่อง (CME) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ประจำอยู่ โรงพยาบาลในชนบทอีกด้วย
     นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีโครงการร่วมผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ. 2538 - 2547 ซึ่งเป็น โครงการร่วมระหว่างคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ กับกระทรวงสาธารณสุข แนวทางการดำเนินงานของโครงการนี้คือ คัดเลือกนักเรียนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ชนบทเข้ารับการศึกษาในชั้นวิทยาศาสตร์ และปรีคลีนิคชั้นปีที่ 1-3 ในคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์และคณะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยต่างๆ และหลังจากนั้นในชั้นปีที่ 4-6 จะไปเข้ารับการศึกษาและฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์ และสถาบันสมทบที่เป็นเครือข่ายในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการเพิ่มบทบาททางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนแพทยศึกษาชั้นคลีนิคให้แก่โรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข และจำเป็นที่โรงพยาบาลศูนย์เหล่านั้นต้องพัฒนาขีดความสามารถ และความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตแพทย์ ซึ่งโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มฯ นี้ได้ร่วมมือกับโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม วางแผนการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมที่โรงพยาบาลศูนย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มีการเรียนการสอนทางไกลระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ที่ร่วมโครงการกับโรงพยาบาลศูนย์ที่ได้มาตรฐานตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่ได้การรับรองจากแพทยสภาแล้ว ทั้งนี้จะเริ่มในปี 2541 เป็นต้นไป
      4. ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์ (Data and Voice Network)
Data Network
     เป็นระบบการใช้งานเชื่อมต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นจุดติดตั้งของโครงการฯ มายังสำนักเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อให้สามารถใช้บริการทางด้านเครือข่ายข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ระบบ Internet
- ระบบ CD-ROM Server
- ระบบ ฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข

     นอกจากโรงพยาบาลที่ตั้งของสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมแล้ว โรงพยาบาลต่างๆ ที่อยู่รอบโรงพยาบาล ดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลในอำเภอที่อยู่รอบๆ โรงพยาบาลนั้น สามารถที่จะขอใช้ได้โดยผ่าน Public Line ของโทรศัพท์ในท้องที่เชื่อมต่อผ่าน MODEM มายังจุดที่ตั้งสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมได้ ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลที่ตั้งของสถานีรับ - ส่งสัญญาณดาวเทียมเป็นเสมือน Gateway เพื่อให้โรงพยาบาลอื่นๆ สามารถใช้เพื่อเป็นทางผ่านมายังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และภายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งก็สามารถเชื่อมต่อระบบ LAN ของตนเอง (Novell NetWare) ผ่าน RG 58 Cable มายัง Multiprotocol Bridge ของแต่ละโรงพยาบาลในรูปของ Thin Wire Ethernet ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ต่างๆ ของแต่ละโรงพยาบาลในระบบ LAN ดังกล่าว สามารถเชื่อมต่อมายังสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการใช้งานต่างๆ ทาง Data Network ดังกล่าวข้างต้นได้ด้วย ระบบ Internet เป็นระบบเครือข่าย นานาชาติซึ่งสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มี Gateway ( Unix ) เชื่อมต่อไปยังบริษัท ISP ด้วยความเร็ว 512 kbps ให้บริการกับสมาชิกซึ่งเป็นบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขผ่านระบบ LAN ของกระทรวงสาธารณสุข , LAN ของระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม และ MODEM โดยมีจำนวนหมายเลขโทรศัพท์สำหรับ MODEM จำนวน 60 หมายเลข
     ระบบ CD-ROM Server เป็นระบบที่ให้บริการฐานข้อมูลทางการแพทย์จำนวน 5 ฐานข้อมูล ซึ่งจะเริ่มให้บริการเมื่อการติดตั้งระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่

1. ฐานข้อมูล Medline Standard
2. ฐานข้อมูล Drugs and Pharmacology
3. ฐานข้อมูล Nursing
4. ฐานข้อมูล Health Planning
5. ฐานข้อมูล Excerpta Medica จำนวน 3 modules ได้แก่ Cardiology, Gestro Intestinal,
Nephrology
6. ระบบฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข เป็นระบบที่ให้บริการฐานข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ประกอบด้วยฐานข้อมูลดังต่อไปนี้คือ
- ฐานข้อมูลระบาดวิทยา
- ฐานข้อมูลเขต
- ฐานข้อมูลสถิติชีพ
- ทำเนียบผู้บริหาร
- ข่าวกระทรวง (รายวัน, รายสัปดาห์)

Voice Network
    มีการเชื่อมโยงอุปกรณ์โทรศัพท์และหรือ/ตู้โทรศัพท์ของโรงพยาบาลในโครงการฯ ทั้งหมดเข้ากับอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบโทรศัพท์ภายในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ โรงพยาบาลในโครงการฯ สามารถพูดติดต่อทางโทรศัพท์มายังกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี และสามารถเชื่อมระบบเข้ากับตู้โทรศัพท์ (PABX) ของโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เรียกเข้ามายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปรึกษาปัญหาทางด้านการแพทย์ต่างๆ ผ่านระบบ Health line ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังเตรียมการ ดำเนินงานอยู่ขณะนี้ โดยที่ระบบ Health line จะเป็นระบบคอมพิวเตอร์สำหรับตอบคำถามอัตโนมัติ โดยผู้ถามสามารถเลือกถามโดยกดหมายเลขต่างๆ ตามที่ได้ Program ไว้แล้วได้
รายละเอียดด้านเทคนิคของระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม
ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
ก. สถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม

    เป็นสถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมชนิด SCPC/DAMA ในระบบ C Band ใช้ช่องสัญญาณจำนวน 1/8 transponder จากดาวเทียมไทยคม 1A สถานีรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียมที่สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังนี้
1. จานสายอากาศรับ-ส่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง > 4.5 เมตร พร้อมอุปกรณ์ IFL
2. Communication Feed
3. อุปกรณ์เครื่องส่ง High Power Amplifier
4. อุปกรณ์ LNA
5. อุปกรณ์ Up And Down Converter
6. อุปกรณ์ Satellite Modem
7. อุปกรณ์ Multiplexer
8. อุปกรณ์ DAMA Equipment
9. อุปกรณ์ Network Management System (NMS)
10. อุปกรณ์ UPS

สถานีดาวเทียมที่โรงพยาบาลอื่นๆ มีรายละเอียดอุปกรณ์ดังนี้
1. จานสายอากาศรับ-ส่งขนาด 3.8 เมตร
2. อุปกรณ์ Outdoor Unit to indoor Unit
3. อุปกรณ์ Indoor Unit แต่ละแห่งมีอุปกรณ์ดังนี้

- อุปกรณ์ Satellite Modem
- อุปกรณ์ Multiplexer
- อุปกรณ์ Data Modem

4. อุปกรณ์ DAMA Equipment
5. อุปกรณ์ UPS.

ข. อุปกรณ์ Communication Gateway
1. อุปกรณ์เชื่อมกับระบบในศูนย์คอมพิวเตอร์สำหรับสถานีแม่ข่ายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์
1.1 Multiprotocol Bridge
1.2 Intelligent Remote Gateway
1.3 Internet Server
1.4 EIS Server
1.5 ซอฟท์แวร์ Internet (WWW)และ EIS ที่เกี่ยวข้อง
1.6 Ethernet Bridge

2. อุปกรณ์เชื่อมกับระบบในศูนย์คอมพิวเตอร์สำหรับสถานีลูกข่าย
2.1 Multiprotocol Bridge
ค. อุปกรณ์ Video Conference ประกอบด้วย
- ระบบภาพ
- ระบบเสียง
- ระบบควบคุม
- อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสื่อสาร

ง. อุปกรณ์ Medical Consultation ประกอบไปด้วยระบบดังนี้
1. ระบบ Teleradiology
1.1 Consulting Workstation
1.2 Film X-Ray Scanner
1.3 ซอฟท์แวร์ระบบ Teleradiology

2. ระบบ Telecardiology
2.1 ECG Connecting Module
2.2 Heart Sound Module

3. ระบบ Telepathology
3.1 Microscopy Connecting Module
จ. อุปกรณ์ CD-ROM Server และแผ่น CD ฐานข้อมูลทางการแพทย์
- ฐานข้อมูล Medline Standard
- ฐานข้อมูล Drugs and Pharmacology
- ฐานข้อมูล Nursing
- ฐานข้อมูล Health Planning
ฐานข้อมูล Excerpta Medica 3 modules

Network Configuration
การดำเนินงานในปัจจุบัน

    ได้มีการประกวดราคาจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ระบบการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมของปี2538/2539 ภายในวงเงินงบประมาณ 113 ล้านบาท ซึ่งผลปรากฎว่าบริษัทล็อกซเลย์จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา และได้มีการลงนามในสัญญาไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 ขณะนี้การติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อมีนาคม 2541 และเริ่มมีการให้บริการประชุมวิชาการทางไกลและการเรียนการสอนทางไกลแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2541 เป็นต้นมา

ที่มา:  http://vclass.mgt.psu.ac.th/~parinya/Intro2IT/uninet/13-4535131-4535184-chap13.doc

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาขาการสื่อสารโทรคมนาคมและหน่วยงานราชการ

ประยุกต์ใช้ในงานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม          เทคโนโลยีของการสื่อสารและโทรคมนาคมในปัจจุบันก้าวไกลไปมาก มีบริการมากมายที่ทันสมัยและตอบรับกับการนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างการใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันนี้ก็มิไดมีไว้เพียงสำหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันสามารถช่วยงานได้มากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลและการเปิดให้บริการของบริษัท มีติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียง มีโทรศัพท์มือถือรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมาย พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เช่นเทเลคอม เอเชีย คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้วางแผนการก่อสร้าง และติดตั้งขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐาน 2.6 ล้านเลขหมาย ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงการซ่อมบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 25 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการในปัจจุบัน

ประยุกต์ใช้ในสำนักงานภาครัฐและเอกชน          ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ มากมาย เช่น การทำบัตรประจำตัวประชาชน การเกิด การตาย การเสียภาษีอากร การทำใบอนุญาตขับรถยนต์ การจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การประมวลผลคะแนนเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นต้น งานเหล่านี้ได้มีการนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพื่อทำให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว และยังตอบสนองกับการบริหารยุคใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลเป็นหลักในการบริหารจัดการ

          กล่าวโดยสรุปคือ ได้มีการนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ เกือบทุกวงการ ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ว่าจะอยู่ในรูปของบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ก็ตาม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในหน่วยงานด้านการศึกษาก็มีความตื่นตัวและเปิดทำการเรียนการสอนในหลักสูตรดังกล่าว ทั้งในระดับ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และเป็นสาขาวิชาที่มีนักศึกษา ให้ความสนใจ กันมากเนื่องจากยังมีตลาดแรงงานรองรับมากนั่นเอง

   ที่มา  
http://forum.datatan.net/index.php/topic,126.0.html

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาขาการศึกษา ธุรกิจพาณิชย์และสำนักงาน


     การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ได้มีการนำมาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งในด้านการศึกษา ด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทำงาน การศึกษาหาความรู้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันดีขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็นำเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ และในธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว ก็ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และบริการลูกค้าผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์


ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา
      เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้สำหรับการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำมาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การสืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น


   - คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรียนได้ตลอด จนมีผลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของบทเรียนนั้นๆ


   - การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพการเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการนำเอาสื่อการเรียนการสอน ที่เป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานท ี่และทุกเวลา การจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-based Instruction) การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การเรียนการสอนผ่านเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Instruction) การสอนผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) เป็นต้น


   - อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจำนวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสารได้มากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม และที่สำคัญคือการใช้กับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเรียกค้นหาข้อมูลภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสารบัญเรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เพราะในอนาคตหนังสือต่าง ๆ จะจัดเก็บอยู่ในรูปซีดีรอม และเรียกอ่านด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซีดีรอมมีข้อดีคือสามารถจัดเก็บ ข้อมูลในรูปของมัลติมีเดีย และเมื่อนำซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครื่องอ่านชุดเดียวกัน ทำให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจำนวนมากยิ่งขึ้นได้


   - วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถึงการประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างบุคคล หรือคณะบุคคลที่อยู่ต่างสถานที่ และห่างไกลกันโดยใช้สื่อทางด้านมัลติมีเดีย ที่ให้ทั้งภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง และข้อมูลตัวอักษร ในการประชุมเวลาเดียวกัน และเป็นการสื่อสาร 2 ทาง จึงทำให้ ดูเหมือนว่าได้เข้าร่วมประชุมร่วมกันตามปกติ ด้านการศึกษาวิดีโอเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทำให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ผ่านทางจอภาพ โทรทัศน์และเสียง นักเรียนในห้องเรียน ที่อยู่ห่างไกลสามารถเห็นภาพและเสียง ของผู้สอนสามารถเห็นอากับกิริยาของ ผู้สอน เห็นการเคลื่อนไหวและสีหน้าของผู้สอนในขณะเรียน คุณภาพของภาพและเสียง ขึ้นอยู่กับความเร็วของช่องทางการสื่อสาร ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งที่มีการประชุมกัน ได้แก่ จอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ ลำโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้ารหัสและถอดรหัส ผ่านเครือข่ายการสื่อสารความเร็วสูงแบบไอเอสดีเอ็น (ISDN)
 
   - ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ทำให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดีทัศน์ ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดีโอออนดีมานด์ เป็นระบบที่มีศูนย์กลาง การเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ไว้จำนวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกชมรายการใด ก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบที่จะนำมาใช้ ในเรื่องการเรียนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน ในสิ่งที่ตนเองต้องการเรียนหรือสนใจได้


    - การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) ปัจจุบันได้มีการกล่าวถึงระบบการสืบค้นข้อมูลกันมาก แม้แต่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็มีการประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์ในการสืบค้นข้อมูล จนมีโปรโตคอลชนิดพิเศษที่ใช้กัน คือ World Wide Web หรือเรียกว่า www. โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ไฮเปอร์เท็กซ์มีลักษณะเป็นแบบมัลติมีเดีย เพราะสามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เก็บได้ทั้งภาพ เสียง และตัวอักษร มีระบบการเรียกค้นที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้โครงสร้างดัชนีแบบลำดับชั้นภูมิ โดยทั่วไป ไฮเปอร์เท็กซ์จะเป็นฐานข้อมูลที่มีดัชนีสืบค้นแบบเดินหน้า ถอยหลัง และบันทึกร่องรอยของการสืบค้นไว้ โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฮเปอร์เท็กซ์มีเป็นจำนวนมาก ส่วนโปรแกรมที่มีชื่อเสียงได้แก่ HTML Compossor FrontPage Marcromedia DreaWeaver เป็นต้น ปัจจุบันเราใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบในการทำเอกสารรายงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
 
   - อินเทอร์เน็ต คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายย่อย และเครือข่ายใหญ่สลับซับซ้อนมากมาย เชื่อมต่อกันมากกว่า 300 ล้านเครื่องในปัจจุบัน โดยใช้ในการติดต่อสื่อสาร ข้อความรูปภาพ เสียงและอื่น ๆ โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีผู้ใช้งานกระจายกันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันได้มีการนำระบบอินเทอร์เน็ต เข้ามาใช้ในวงการศึกษากันทั่วโลก ซึ่งมีประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก
 
ประยุกต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา
   - งานรับมอบตัว ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานำมารายงานตัว จากนั้นก็จัดเก็บประวัติภูมิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลำเนา บิดามารดา ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลประวัตินักศึกษา


    - งานทะเบียนเรียนรายวิชา ทำหน้าที่จัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กั บนักศึกษา ในแต่ละภาคเรียนทุกชั้นปี ตามแผนการเรียนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลผลการเรียน


   - งานประมวลผลการเรียน ทำหน้าที่นำผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน จากนั้นก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ


   - งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา ทำหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ที่นักศึกษาเรียนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบหรือไม่


    - งานส่งนักศึกษาฝึกงาน ทำหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถรองรับจำนวน นักศึกษาที่จะฝึกงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนเท่าใด จากนั้นก็จัดนักศึกษา ออกฝึกงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจำนวนที่สถานประกอบการต้องการ


ประยุกต์ใช้ในห้างสรรพสินค้าและสาขาย่อย
         เนื่องจากห้างสรรพสินค้า เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีอยู่หลายสาขาที่จัดจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ มีซัพพลายเออร์กว่าพันราย และมีพนักงานอยู่หลายพันคน ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และการตัดสินใจต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ดังนั้นการที่ต้องใช้เทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจำเป็นฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นฝ่ายสนับสนุน สิ่งสำคัญที่สุดคือ  เราต้องให้ความมั่นใจได้ว่า ระบบจะต้องทำงานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง ปัจจุบันระบบการเชื่อมต่อห้างสรรพสินค้าจะเป็นแบบสอง ลักษณะคือในต่างจังหวัดจะใช้การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม ในกรุงเทพจะใช้การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ ซึ่งจะมีการรับส่งข้อมูลกันทุกวัน ในส่วนของไอที นอกจากจะต้องทำให้ระบบ สามารถทำงานได้ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องมั่นใจด้วยว่าข้อมูลที่รับส่งกันนั้นมีความถูกต้อง ซึ่งในแต่ละวันมีข้อมูลมาก ที่จะต้องผ่านการประมวลผลให้แก่ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขายข้อมูลสต็อกและข้อมูลต่างๆ ที่ ผู้บริหารต้องการ


ประยุกต์ใช้ในงานสาธารณสุขและการแพทย์
         เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนา ด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และทำให้งานด้าน สาธารณสุขเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับระบบการบริหารงาน และนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้ 
   - ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มทำบัตร จ่ายยา เก็บเงิน
   - การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
   - สามารถให้คำปรึกษาทางไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำนาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้า หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร หรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้
   - เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียงและอื่นๆ เป็นต้น
   - เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบาย และติดตามกำกับการดำเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จำป็น ทั้งนี้อาจใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
   - ในด้านการให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียม จะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกล ทางด้านการแพทย์และสาธารณะสุข เป็นไปได้มากขึ้นประชาชนสามารถเรียนรู้พร้อมกันได้ทั่วประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรือถามคำถามได้ด้วย

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

เว็ปไซต์ค้นหาที่ได้รับความนิยม

1. www.yohoo.com               7. www.looksmart.com                     13. www.google.com
2. www.altavista.com             8. www.wedcrawler.com                 14. www.facebook.com
3. www.exeite.com.               9. www.dogpile.com
4. www.hotbot.com              10. www.ask.geevea.com
5. www.go.com                    11. www.profusion.com
6. www.lycos.com                12. www.simguru.com


ที่มา หนังสือเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น www.google.com

เทคนิคและการใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์ค้นหาข้อมูล

เทคนิคและการใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์ค้นหาข้อมูล

เบราเซอร์เป็นโปรแกรมที่มีวิธีการดูและโต้ตอบกับข้อมูลบนเวิลด์ไวด์เว็บ เทคนิค, เว็บเบราเซอร์ใช้ HTTP เพื่อให้หน้าของเว็บเซิร์ฟเวอร์ทั่วอินเทอร์เน็ตในนามของผู้ใช้เบราว์เซอร์ ในคำอื่น ๆ เว็บเบราเซอร์เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่สามารถเข้าดูหน้าเว็บในเวิลด์ไวด์เว็บ

           ประวัติศาสตร์ของเว็บเบราเซอร์สามารถ traced back to 1991, เมื่อ guru คอมพิวเตอร์ชื่อ Tim Berners - Lee คิดค้นเว็บเบราเซอร์แรก It premiered on 26 กุมภาพันธ์ 1991 และวิ่งบน NeXSTEP แต่เดิมเรียกว่า WorldWideWeb แต่ได้เปลี่ยนชื่อมา Nexus ในความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความสับสนกับเวิลด์ไวด์เว็บ มีเว็บเบราเซอร์ที่แตกต่างกันที่มีอยู่และใช้วันนี้และพวกเขาทั้งหมดมาพร้อมกับความหลากหลายของคุณสมบัติเป็น บางส่วนของเว็บเบราเซอร์สามารถรวม Amaya, AOL Explorer, Arachne, อาร์ลิงตันป้อม, Avant, Camino, Dillo, Elinks, Epiphany, Flock, Galeon, iCab, Internet Explorer, Internet Explorer for Mac, K - Meleon, KioWare, Konqueror, Links , Lynx, Maxthon, Mosaic, Mozilla Firefox Mozilla, Netscape, SeaMonkey OmniWeb, Safari, Opera และ Off By One ซึ่งส่วนใหญ่เว็บเบราเซอร์ได้ฟรี แต่มีห้าของพวกเขาที่จะมีราคาซื้อ
เว็บเบราว์เซอร์ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติบางอย่าง มีคุณสมบัติทั่วไปที่มาพร้อมกับเว็บเบราเซอร์เป็นหมากฮอสสะกด, แถบเครื่องมือค้นหาดาวน์โหลดจัดการการจัดการรหัสผ่านจัดการมาร์คเป็นรูปแบบการจัดการ คุณสมบัติการใช้งานที่อาจรวมอยู่กับเว็บเบราเซอร์หลายรวมซูมหน้าโฆษณากรองป้องกัน pop - up, tabbed browsing, หา incremental, HTML คีย์เข้าถึงการควบคุมเสียงท่าทางเมาส์ navigation พื้นที่ข้อความที่พูดและการนำลูกศร ด้วยเพื่อให้เว็บเบราเซอร์หลายถูกใช้ได้มีหลายเทคโนโลยีแตกต่างกันที่สนับสนุน บางคนเป็นกรอบ, Java, XSLT, XForms, RSS, Atom, SVG, WML, VoiceXML, MathML และ XHTML ยังมีเว็บเบราเซอร์หลายสนับสนุนภาษาต่างๆเป็นไปได้และบางส่วนของภาษาอื่นที่สนับสนุนโดยเว็บเบราเซอร์รวมถึงภาษาอังกฤษ Slovak, อาหรับ, เยอรมัน, ดัตช์, ตุรกี, สวีเดน, จีน, ฝรั่งเศส, สเปน, ไทย, Hebrew , อิตาลี, กรีซ, รัสเซีย, โปแลนด์, เวลส์เป็นร้อย moreเว็บเบราเซอร์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและจะไม่ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอีกต่อไป

เว็บเบราเซอร์ที่สามารถใช้บนโทรศัพท์มือถือระบบเกมมือถือเป็นคอมพิวเตอร์พกพาของ
เว็บเบราเซอร์สามารถส่วนบุคคลให้บุคคลที่ต้องการโดยใช้เว็บเบราเซอร์อุปกรณ์ที่ไม่รวมอยู่ในซอฟต์แวร์เบราว์เซอร์เริ่มต้น งานนี้เรียกว่า"ins plug"และไม่กี่คนนิยมมากขึ้นเป็น Beatnik, QuickTime, RealPlayer, Shockwave, VivoActive Player เป็น Adobe Acrobat Reader
Beatnik จะใช้เพื่อรับเสียงที่มีคุณภาพสูงและเสียงจากเว็บไซต์ QuickTime ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple, Inc ทำงานเป็นระบบการจัดส่งสำหรับสิ่งต่างๆเช่นภาพเคลื่อนไหว 3D เสียงจริงภาพยนตเพลงประกอบ MIDI และเสมือน RealPlayer ความต้องการให้กับเสียงและวิดีโอโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการรอดาวน์โหลดให้เสร็จสิ้น Shockwave ให้ไฟล์มัลติมีเดียที่จะเข้าชมได้โดยตรงในเว็บเบราเซอร์ VivoActive ให้ดูของที่ต้องการเสียงและวิดีโอจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา VivoActive และ Adobe Acrobat Reader ช่วยให้เข้าถึงไฟล์ PDF บนเวิลด์ไวด์เว็บ
รู้ทั้งหมดของเว็บเบราเซอร์และใช้เฉพาะที่จะเป็นที่เข้าใจง่ายแก่การเลือกใช้เว็บเบราเซอร์ที่เหมาะสมสามารถเพิ่มประสบการณ์อินเตอร์เน็ต

ที่มา  http://www.infosum.net/th/communication/web-browsers-different-types-and-uses.html


การใช้งานของ Search Engines

 โดย ปกติแล้วเมื่อจัดทำเว็บไซต์ขึ้นแล้ว จะต้องทำการประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ของเรา ให้เป็นที่รู้จัเพื่อที่คนจะได้เข้ามาดูข้อมูลที่เราต้องการเผยแพร่ได้
หากเราทำเว็บไซต์ไว้เฉย ๆ โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ หรือ บอกกล่าวกับผู้คน ก็จะทำให้เว็บไซต์เรา เปรียบเสมือน หนังสือ ที่วางไว้เฉยๆ โดยไม่มีคนอ่าน หรือ ทางภาษาทางการตลาดว่า "เว็บตาย" นั่นเอง
หากเราจะทำเว็บและไม่ได้คิดถึงการทำตลาด การประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ ในด้านต่าง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์เท่าใด เพราะถึงทำไปก็ไม่มีคนมาเข้าเว็บไซต์ของเราอยู่ดี ซึ่งการทำตลาดผ่านเว็บไซต์ มีได้ในหลายๆ ช่องทาง ก่อนที่เราจะรู้วิธี การทำการตลาดผ่าน Search Engine เรามาทำความรู้จัก "เว็บไซต์ค้นหา" กันก่อน

การทำ Search Engine มีหลายแบบ ได้แก่1. การแนะนำผ่าน Search Engine ของต่างประเทศเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดเพื่อการประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทเว็บไซต์เปรียบเสมือนคนที่มีความกว้างขวางและคอยแนะนำให้นักท่องเน็ตรู้จักเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยนายโฮสดอทคอมจะแนะนำผ่าน Search Engine ของต่างประเทศ มากถึง 100 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งหลายเช่น yahoo!, altavista, google, go, excite, lycos, powersearch, earthfine, และอื่น ๆ อีกมาก (Search Engine คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมเว็บไซต์อื่น ๆ และสามารถค้นหาเว็บไซต์เป้าหมายได้ด้วยชื่อหมวด Category หรือคำค้น Keyword)

2. การแนะนำผ่าน Seach engine และเว็บไซต์ไดเร็คตอรี่ของไทยเว็บไซต์ของคนไทยจำนวนมากที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทยและสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายคือกลุ่มคนไทย ดังนั้นการแนะนำเว็บไซต์ของท่านผ่าน Search Engine สัญชาติไทยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และรวมไปถึงเว็บไซต์ของไทยรายอื่น ๆ ที่มีลักษณะเป็นไดเร็คตอรี่เพื่อการจัดหมวดหมู่เว็บไซต์อื่นด้วยโดย นายโฮสดอทคอม ได้รวบรวมเว็บไซต์เหล่านี้จำนวนกว่า 100 ไซต์
อาทิ sanook, hunsa, 108-1009, mthai, lemononline, catcha, yumyai, I-kool, thaiwebhunter, siamguru,
thaiseek, thaicast, thaimisc และอื่น ๆ อีกมาก

การทำงานของเว็บไซต์ค้นหาก่อนที่เราจะใช้ เว็บไซต์ค้นหา ในการทำตลาดให้กับเว็บไซต์ของเรา เรามาดูวิธีการทำงานของเว็บไซต์ค้นหาต่าง ๆ กันก่อนดีกว่า ปกติแล้วเว็บไซต์ค้นหาจะแบ่งออกเป็น 3 จำพวกนั่นคือ
Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index) ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ กับ Search Engine ต่าง ๆ ก็จะเป็นการไปค้นหาคำต่าง ๆ ที่ Search Engine ได้เก็บรวบรวมไว้แล้วนั่นเอง

Web Directory เป็นเว็บไซต์ค้นหาที่ใช้วิธีการ เพิ่มข้อมูลเข้าไปในฐานข้อมูลของระบบด้วย กำลังคน (มีเจ้าหน้าที่คอยเพิ่มข้อมูลเข้าไป) จะไม่มีการส่ง Robot ออกไปค้นด้วยตนเองแต่อย่างใด ซึ่งการจะนำชื่อเว็บไซต์ของเราให้เข้าไปอยู่ใน Web Directory นี้จะต้องไปทำการเพิ่มชื่อเข้าไปเอง เว็บประเภทนี้ก็เช่น Yahoo.com และ Dmoz.org

Meta Engine เป็นเว็บไซต์ที่ไปค้นหาจากเว็บไซต์ค้นหาอีกที ซึ่งเว็บประเภท Meta Crawler นี้จะทุ่นแรง โดยการนำคำทีต้องการค้น ไปค้นจากเว็บค้นหาประเภทต่าง ๆ และนำมาแสดงรวมกันให้เราดูอีกที ซึ่งก็สะดวกไปอีกแบบหนึ่งครับ เว็บประเภทนี้ก็เช่น Metacrawler.com, Go2net.com และ Thaifind.com

แถมให้ เพิ่มเติมวิธีการหาข้อมูลที่ต้องการให้พบ
การ หาข้อมูลที่ต้องการให้พบ ไม่ใช่เรื่องยาก หากมีเทคนิคนิด ๆ หน่อย... โดยปกติแล้วการค้นหาข้อมูลที่ต้องการก็เพียงแค่ เราไปใส่คำที่ต้องการค้นหาในเว็บไซต์ค้นหา แล้ว กดปุ่ม สำหรับค้น ก็จะมีข้อมูลต่าง ๆ ออกมาให้เราเลือก ว่าใช่เรื่องที่เราต้องการค้นหาหรือไม่ แต่หากเราใช้คำหลาย ๆ คำเช่น Bronze Sculpture Thailand บางทีอาจจะทำให้เว็บไซต์ค้นหา แสดงผลออกมาได้ไม่ตรงกับความต้องการก็ได้ ซึ่งในเกือบทุก ๆ เว็บไซต์ค้นหา จะยอมรับคำสั่งทั่ว ๆ ไป ในการแสดงผลลัพธ์ ซึ่งหากเรานำคำสั่งเหล่านั้นมาใช้ ก็จะช่วยให้เราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เร็ว ซึ่งคำสั่งทั่ว ๆ ไปมีดังนี้

AND เป็น คำสั่งให้รวมคำค้นหาที่อยู่ระหว่าง AND เข้าด้วยกัน เช่น Bronze AND Thailand เว็บไซต์ค้นหา จะไปหาหน้าเว็บไซต์ที่มี ทั้งคำว่า Bronze และ Thailand อยู่ในหน้าเดียวกันออกมา วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบดังนี้ Bronze AND Thai, "Bronze Thai", Bronze + Thai, Bronze & Thai
แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Bronze + Thai

OR เป็น คำสั่งให้เลือกคำใดคำหนึ่ง หรือ ทั้งสองคำมาแสดงผล เช่น Bronze OR Thailand เว็บไซต์ค้นหา จะค้นหาหน้าเว็บไซต์ ที่มีคำว่า Domain หรือ Siam ออกมาแสดงก็ได้ ซึ่งปกติแล้ว ค่าเริ่มต้นของทุก เว็บค้นหา จะเป็น OR อยู่แล้ว วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้หลายรูปแบบดังนี้
Bronze OR Thailand, Bronze Thailand
แต่ที่นิยมมากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Bronze Thailand

NOT เป็นคำสั่งให้ตัดเว็บไซต์ที่มีคำค้นหา ตามหลัง NOT ออกไป เช่น Thailand NOT Bangkok เป็นคำสั่งให้ค้นหาคำว่า Thailand แต่ไม่เอาหน้าที่มีคำว่า Bangkok วิธีใช้คำสั่งจะสามารถใช้ได้หลายรูปแบบดังนี้
Thailand NOT Bangkok, Thailand -Bangkok
แต่ที่นิยมมากที่สุดจะอยู่ในรูปแบบ Thailand -Bangkok
ซึ่ง หากเรานำคำสั่งต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับคำค้นหาเรา ก็จะทำให้เราสามารถค้นหาเว็บที่ให้ข้อมูลได้ตรงกับความต้องการภายในเวลารวด เร็ว

ที่มา     http://www.ohlanla.com/tip/ohlanla_tip_Question.asp?GID=211

ความหมายและประเภทของเครื่องจักร

เครื่องจักร หมายถึง สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้น สำหรับก่อกำเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปรสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ หรือพลังลม แก๊ส ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน และหมายความถึง เครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเล่ สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสัมพันธ์กันและรวมถึงเครื่องมือกลด้วย
จากคำนิยามของเครื่องจักรจะเห็นว่า ได้รวบรวมเอาคุณสมบัติ รูปลักษณ์ และลักษณะการทำงานหลายประเภทซึ่งจะเห็นได้จากการนำเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานปั๊มโลหะ โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานประกอบรถยนต์ เป็นต้น
เพื่อให้เห็นลักษณะการทำงานที่ชัดเจนของเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงาน สามารถจำแนกประเภทของเครื่องจักรออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
  1. เครื่องต้นกำลัง เป็นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตหรือเปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่ง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องต้นกำลังอื่นๆ เช่น หม้อไอน้ำเครื่องยนต์เป็นต้น
  2. เครื่องส่งกำลัง คือ อุปกรณ์ที่ใช้ส่งผ่านกำลังจากเครื่องต้นกำลังไปใช้งานอื่นต่อไป เช่น เพลา สายพาน โซ่ เฟือง ท่อลมอัดต่างๆ เป็นต้น
  3. เครื่องจักรทำการผลิต เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตต่างๆ ประกอบด้วยเครื่องจักรที่แยกทำงานเฉพาะในแต่ละเครื่อง เช่น เครื่องเจาะ เครื่องอัด เครื่องตัด เครื่องกลึง เครื่องไส เป็นต้น และเครื่องจักรที่ออกแบบพิเศษเป็นลักษณะสายการผลิตที่ทำงานต่อเนื่อง เช่น เครื่องรีดโลหะ เครื่องผลิตท่อน้ำ เครื่องผลิตขวดแก้ว เครื่องผลิตภาชนะพลาสติก เครื่องบรรจุอาหาร เป็นต้น เครื่องจักรเหล่านี้ล้วนทำการผลิตต่างๆ จากวัตถุดิบหรือชิ้นงานให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์

ที่มา: http://www.thaieditorial.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80/

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

การเชื่อมต่อเครือข่าย เวิลด์ไวด์เว็บ เว็บเบราว์เซอร์

การเชื่อมต่อเครือข่าย
 
หากผู้ใช้มีความคิดที่จะนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาต่อเป็นระบบ โดยใช้ขีดความสามารถเดิมที่มีอยู่ สามารถทำได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้
1) การต่อเชื่อมผ่านช่องทาง COM1 COM2 และ LPT
เป็นวิธีที่นำคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ต่อผ่านช่องทาง COM1 หรือ COM2 เพื่อการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างนั้น ในกรณีนี้ใช้โปรแกรมอรรกประโยชน์ (utility program) บางตัวก็สามารถสำเนาแฟ้มข้อมูลระหว่างกัน หรือส่งออกไปยังเครื่องพิมพ์ร่วมกันได้ รูปแบบการต่อระบบโดยอาศัย COM1 COM2 และ LPT
 
การต่อในลักษณะนี้ใช้ช่องทาง RS232 และมีการส่งข้อมูลแบบอนุกรม ปัจจุบันสามารถทำการรับส่งข้อมูลถึงกันได้เร็วถึง 38.4 กิโลบิตต่อวินาที การจัดการระบบง่าย ๆ นี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมาก แต่ประโยชน์ที่ได้จะอยู่ในวงจำกัด โดยเฉพาะในเรื่องการโอนย้ายแฟ้มข้อมูลระหว่างกัน
2) การต่อเชื่อมเข้ากับบัฟเฟอร์เครื่องพิมพ์
การแบ่งกันใช้เครื่องพิมพ์เป็นวิธีการใช้ทรัพยากรเครื่องพิมพ์ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น การใช้เครื่องพิมพ์ที่มีราคาแพง มีคุณภาพดี เช่น เครื่องพิมพ์ความเร็วสูง เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องพิมพ์ที่พิมพ์สีได้ เป็นต้น การใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกันวิธีหนึ่งก็คือ การต่อเข้ากับบัฟเฟอร์ของเครื่องพิมพ์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลที่ส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง แล้วจัดการส่งงานทยอยพิมพ์เรียงกันไป เครื่องพิมพ์ที่ต่อกับบัฟเฟอร์จะต่อผ่านช่องทางขนานเหมือนการต่อทั่วไป อย่างไรก็ดี บัฟเฟอร์ของเครื่องพิมพ์บางรุ่นสามารถต่อกับเครื่องพิมพ์ได้หลายเครื่อง
http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/hardware/connect/connect.html

เวิลด์ไวด์เว็บ
เวิลด์ไวด์เว็บ นิยมเรียกสั้นๆ ว่าเว็บ หรือ WWW ถือเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดบนอินเทอร์เน็ตเพราะ
สามารถแสดงสารสนเทศต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น นิตยสารหรือหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ข้อมูลด้านดนตรี
กีฬา การศึกษา ซึ่งสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ เสียง รวมถึงภาพเคลื่อนไหว เช่นแฟ้มภาพวีดิทัศน์หรือตัวอย่าง
ภาพยนตร์ และการสืบค้นสารสนเทศในเวิลด์ไวด์เว็บนั้นจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมค้นดูเว็บ (web browser)
ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล โดยที่เว็บกับโปรแกรมค้นผ่านจะทำหน้าที่รวบรวมและกระจายเอกสารที่เครือข่าย
ที่ทำไว้
http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=1113

เว็บเบราว์เซอร์
บราวเซอร์หรือเว็บบราวเซอร์ที่ทุกคนได้ยินกันบ่อยๆนั้น ถ้าหากพูดกันตามภาษาชาวบ้านคือ โปรแกรมเปิดเว็บ
  แต่หากเป็นทางวิชาการหน่อยคือโปรแกรมที่แปลงคำสั่ง ของทุกสิ่งที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตในรูป http:// หรือ TCP/IP ให้สามารถแปลงสัญลักษณ์ทาง html เป็นข้อความ รูปภาพวิดีโอทั้งหลายแหล่ที่เราสามารถดูได้ทางอินเตอร์เน็ต
โดยปัจจุบันมีอยู่หลายตัวด้วยกัน ที่เห็นบ่อยสุด คือ IE หรือ Internet Explore ที่อยู่ในวินโดส์นั่นแหละครับ เป็นของค่าย Microsoft
firefox คือโอเพ่นซอส ซึ่งเป็นบราวเซอร์ที่สามารถให้ผู้มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์หรือพวกโปรแกรมเมอร์สามารถนำไปพัฒนาต่อให้ดีขึ้นได้
google chome อันนี้เวบบราวเซอร์น้องใหม่จากค่าย google ที่ทุกคนรู้จักกันดี และกำลังจะล้ม IE ของ Microsoft ในอนาคตอันใกล้นี้
และมีบราวเซอร์อีกหลายตัว แต่ที่คนส่วนมากชอบใช้ก็จะเป็นพวกนี้
http://infohardware.exteen.com/20090703/entry

การบริการบนอินเทอร์เน็ต,มารยาทและการให้โทษของอินเทอร์เน็ต

การบริการบนอินเทอร์เน็ต
การใช้หลักการแบบไคแอนต์-เซิร์ฟเวอร์ ทำให้อินเทอร์เน็ตมีการให้บริการต่างๆ มากมาย ผู้ใช้บริการสามารถเรียกใช้บริการเหล่านี้จากระยะไกลได้ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเครือข่ายที่ไม่ขึ้นกับระยะทาง แม้ว่าผู้ใช้บริการจะอยู่คนละซีกโลกก็เหมือนอยู่ใกล้กัน และมีระบบการทำงานเป็นแบบโลกาภิวัฒน์ คือ สามารถติดต่อถึงกันได้ทั่วโลก
การให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันมากในขณะนี้ประกอบด้วย
การบริการอิเล็กทรอนิกส์เมล์
ผู้ใช้แต่ละคนที่เป็นสมาชิกอินเทอร์เน็ตจะได้รับบัญชีรายชื่อของตนเอง และมีที่เก็บอิเล็กทรอนิกส์เมล์ไว้ที่เครื่องบริการ เครื่องบริการจะเปิดตู้จดหมายให้ผู้ใช้บริการที่เรียกว่า เมล์บ็อกซ์ เมื่อมีผู้ส่งจดหมายมา จดหมายจะถูกเก็บไว้ที่สถานีบริการที่ผู้ใช้มีเมล์บ็อกซ์อยู่ เมล์บ็อกซ์นี้จะเก็บจดหมายเอาไว้ รอจนกระทั่งผู้เป็นเจ้าของเมล์บ็อกซ์มาขอให้บริการเซิร์ฟเวอร์ และเปิดตู้จดหมายหรือเมล์บ็อกซ์ เพื่อนำจดหมายออกไปอ่าน ในทำนองเดียวกัน ถ้าต้องการส่งจดหมาย ก็เขียนจดหมาย แล้วฝากสถานีนำส่งให้ สถานีบริการก็จะหาเส้นทางและส่งไปจนถึงปลายทางและไปเก็บไว้ในตู้จดหมายของผู้รับปลายทาง การรับส่งจดหมายจะกระทำอย่างอัตโนมัติบนเครือข่าย และกระทำอย่างรวดเร็ว
การบริการโอนย้ายแฟ้มข้อมูล
การบริการโอนย้ายแฟ้มข้อมูลเรียกว่า FTP คำว่า FTP มาจากคำว่า File Transfer Protocol การให้บริการนี้หมายถึง สถานีบริการ FTP อาจเป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่มีการนำข้อมูลมาเก็บไว้ ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นเอกสาร หรือแฟ้มข้อมูลอื่นใดก็ได้ สถานีบริการนี้จะดูแลแฟ้มและให้บริการผู้เรียกใช้ ผู้เรียกใช้จากที่ห่างไกลบนเครือข่ายสามารถติดต่อเข้าไป เพื่อขอคัดลอกแฟ้มที่ต้องการมาใช้งานได้
การโอนย้ายข้อมูลด้วย FTP นี้ ยังสามารถนำข้อมูลของผู้ใช้ที่มีอยู่โอนย้ายไปให้ผู้อื่น หรือนำไปไว้ในเครื่องบริการที่ต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตที่อื่น ซึ่งผู้ใช้มีสิทธิในการใช้
การให้บริการข่าว
ข่าวในความหมายนี้คือ การสร้างกระดานข่าวไว้ในสถานีบริการ โดยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้ามาเปิดดูข่าวสารได้ กลุ่มข่าวนี้เป็นเหมือนกระดานที่ใครมีข่าวก็นำมาติดไว้ โดยมีการแยกข่าวออกเป็นกลุ่มต่างๆ ปัจจุบันมีกลุ่มข่าวประมาณ ๑๐,๐๐๐ กลุ่ม เช่น กลุ่มข่าวเกี่ยวกับคนไทยและเมืองไทย (soc.culture.thai) ใครมีข่าวเกี่ยวกับเมืองไทยก็นำมาติดไว้บนกระดานนี้ได้ ส่วนของสถานีบริการข่าวที่มีทั่วโลกก็จะกระจายข่าวถึงกันเองอย่างอัตโนมัติ เช่น ที่องค์กรของเรามีสถานีบริการข่าวนี้ สมาชิกองค์กรอ่านข่าวได้โดยการขอให้บริการจากเครื่องนี้ แต่เมื่อมีการเสนอข่าวลงบนกระดานข่าว เราก็กระจายข่าวที่บรรจุใหม่จากเซิร์ฟเวอร์ต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ทั่วโลก การให้บริการข่าวนี้เชื่อมโยงกันทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อมีใครเสนอข่าวในเครือข่ายข่าวนั้นจะกระจายออกไปทั่วทุกสถานีบริการข่าวบนอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ทุกตัวบนอินเทอร์เน็ตจะรับส่งข่าวสารกันเองอย่างอัตโนมัติ
สถานีบริการ IRC
IRC มาจากคำว่า Internet Relay Chat คือ สถานีบริการเพื่อเชื่อมโยงผู้ใช้บริการจำนวนมากให้เข้ามาพูดคุย หรือถกปัญหาพร้อมกันได้หลายคนสถานีบริการ IRC ทำให้ผู้ใช้ที่อยู่ห่างไกลกัน สามารถทำงานเสมือนนั่งประชุมอยู่บนโต๊ะกลมตัวเดียวกัน การพูดคุยสนทนาในกลุ่มมีลักษณะเป็นการป้อนข้อความ ข้อความที่ป้อนจะไปปรากฏบนหน้าจอของผู้ใช้บริการทุกคนที่อยู่ในวงสนทนาเดียวกัน

WAIS คืออะไร WAIS คืออะไร